ความหมายของคำว่า “เจ”

กินเจ
คำว่า เจ ในภาษาจีนมีความหมายทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานว่า อุโบสถ คำว่า กินเจ ตามความหมายที่แท้จริงคือการรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน ดังเช่นที่ชาวพุทธในประเทศไทยถือ อุโบสถศิล หรือ รักษาศีล 8 จะไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว
แต่เนื่องจากถืออุโบสถศีล ของชาวพุทธฝ่ายมหายานไม่รับประทานเนื้อสัตว์ จึงนิยมเรียก การไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ไปรวมกับคำว่า เจ ซึ้งเป็นการถือศีลไปด้วย ในปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่รับประทานเนื้อสัตวืก็ยังคงเรียกว่า กินเจ ฉะนั้นความยหมายก็คือ คนกินเจ มิใช้แต่เพียงไม่กินเนื้อสัตว์แต่คนที่กินเจต้องดำรงตนอยู่ในศิลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์สะอาด ถึงพร้อมทั้งกายย วาจา ใจ เป็นการถือศิลบำเพ็ญธรรมไปด้วยกัน เช่นนี้แล้วจึงเรียกว่า กินเจที่แท้จริง
อาหารเจ เป็นอาหารที่ปรุงขึ้นมาจากพืชผัก ธรรมชาติล้วนๆ ไม่มีเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เป็นส่วนประกอบเลย และที่สำคัญต้องไม่ปรุงด้วยผักฉุนทั้ง 5 ได้แก่ กระเทรยม หัวหอม หลักเกียว กุ้ยช่าย ใบยาสูบ
ด้วยความที่ถือกันว่า ผักดังกล่าวเหล่านี้ เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นเหม็นคาวรุนแรง นองจากนี้ยังมีพิษที่ทำลายหลังธาตูทั่ง 5 ทำงานไม่ปกติ ดังนี้คือ
กระเทียม รวมไปถึง หัวกระเทียม ต้นกระเทียมทั้งขนาดเล็กและใหญ่ หากรับประทานเข้าไปซึ้งเชื่อว่าจะทำให้ระบบการทำงานของหัวใจไม่ปกติ
หัวหอม รวมไปถึงพืชตะกูลหัวทุกชนิด คือ หอมแดง หอมหัวใหญ่ หัวหอมขาว ต้นหอม เชื่อกันว่าทำลายการทำงานของไต
หลักเกียว ไม่ค่อยมีปลูกแพร่หลายในเทืองไทย อาจพบได้บ้างตามท้องถิ่นของชาวจีนที่อพยพมาอยู่ทางตอนเหนือของประเทศไทย มีลักษณะคล้ายกระเทียมแต่ไม่เป็นกลีบ อันเป็นลักษณะของกระเทียมโทนแต่ยาวและมีขนาดเล็กกว่า ซึ่งเชื่อว่าห่กรับประทานเข้าไปจะทำลายม้าม
กุยช่าย ลักษณะคล้ายใบหอม แต่แบนเรียบ มีกลิ่นฉุนแรง มีรสเผ็ดซ่าเล็กน้อย (ชนิดเดียวกับที่นิยมรับประทานกับผัดไทย) กุยช่าย หากรับประทานจะรบกวนการทำงาของตับ
ใบยาสูบ ก็คือใบยาสูบที่มาทำเป็นบุรี่นั้นเอง ผู้กินเจควรงดเว้นในการบริโภคในทุกรูปแบบเพราะทำลายปวด
ที่มา EasytoBeVegetarin:www.เมนูอร่อย.com
