<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คิดถึง อาหารเจ คิดถึงเรา &#187; ความรู้อาหารเจและมังสวิรัติ</title>
	<atom:link href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0-2/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com</link>
	<description>คิสารบัญ สูตรอาหารเจ เมนูอาหารเจ ที่มากที่สุด WWW.เมนูอร่อย.COM !!!</description>
	<lastBuildDate>Mon, 12 Mar 2012 05:00:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>กินเจ 2553 เพื่อสุขภาพกายและใจที่ดี</title>
		<link>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88-2553-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88-2553-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Sep 2010 01:47:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[5. ประวัติอาหารเจและสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้อาหารเจและมังสวิรัติ]]></category>
		<category><![CDATA[กินเจ]]></category>
		<category><![CDATA[กินเจ 2553]]></category>
		<category><![CDATA[กินเจ 53]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/?p=2853</guid>
		<description><![CDATA[“เจ” ตัวอักษรสีแดงบนพื้นสีเหลือง  ชาวจีนถือว่าสีแดงเป็นสีแห่งสิริมงคล  สีเหลืองเป็นสีแห่งผู้ทรงศีลตั้งใจบำเพ็ญตนให้บริสุทธิ์  เพื่อเตือนสติให้ผู้ที่กินเจระลึกว่าการไม่กินเนื้อสัตว์คือ  การปฏิบัติธรรมรักษาศีลความเป็นมนุษย์  เป็นการเจริญมหาเมตตาธรรมโดยแท้  จะทำให้เกิดสิริมงคลและก่อให้เกิดความสุข  โดยตั้งอยู่บนหลักธรรม 2 ประการคือ  การไม่เบียดเบียนผู้อื่น  ไม่นำเอาชีวิตสัตว์ทั้งหลายมาต่อชีวิตตนเอง และการไม่เบียดเบียนตนเอง  โดยไม่รับประทานสิ่งที่ทำลายสุขภาพร่างกายให้ทรุดโทรมรม 2 ประการคือ  การไม่เบียดเบียนผู้อื่น  ไม่นำเอาชีวิตสัตว์ทั้งหลายมาต่อชีวิตตนเอง การกินเจ ถือเป็นประเพณีสำคัญอย่างหนึ่งของคนจีน  จะเริ่มเทศการกินเจในวันที่  1-9 ค่ำ  เดือน 9 ตามปฏิทินจีน  หรือช่วงกลางเดือนตุลาคม  ซึ่งมีตำนานกล่าวถึงการกินเจ  เล่าต่อกันมาว่า  ในครั้งสมัยพระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์  “ยิ่นฮ้วงสิ”  แปลว่า  “ผู้เป็นเจ้าแห่งมนุษย์”  มีพี่น้องรวม 9องค์  ซึ่ต่างมีอิทธิฤทธิ์วิเศษต่างๆ เป็นที่นับถือในหมู่คนจีนว่าเป็นผู้วิเศษ  เมื่อล่วงลับจากโลกมนุษย์  ได้ขึ้นสวรรค์ไปจุติเป็นดาวจระเข้เรียงกัน 9 ดวง  ผู้คนเรียกท่านว่า  “เก้าฮ้วงฮุ้ดโจ้ว”  ซึ่งแปลว่า  “พระเจ้าเก้าพระองค์”  เป็นผู้ถือบัญชีชื่อคนทั้งหลายในโลกมนุษย์  ถ้าใครถึงเวลาที่จะหมดอายุขัย  ก็สามารถขอต่ออายุให้ยืนต่อไปได้อีกตามความปราถนา  ตามบุญวาสนาความดีที่ตนทำไว้ ในวันขึ้น 1-9 ค่ำ จีน ซึ่งตรงกับเดือนตุลาคมของปฏิทินสากล  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;"><img class="alignnone" title="กินเจ" src="http://www.goodfoodgoodlife.in.th/FileUpload/Download/MediaFile_61GFGL-Nutrition-Deficiency-460-300-2.jpg" alt="" /></h2>
<h2><span style="color: #ff0000;"><strong>“เจ”</strong></span></h2>
<p>ตัวอักษรสีแดงบนพื้นสีเหลือง  ชาวจีนถือว่าสีแดงเป็นสีแห่งสิริมงคล  สีเหลืองเป็นสีแห่งผู้ทรงศีลตั้งใจบำเพ็ญตนให้บริสุทธิ์  เพื่อเตือนสติให้ผู้ที่กินเจระลึกว่าการไม่กินเนื้อสัตว์คือ  การปฏิบัติธรรมรักษาศีลความเป็นมนุษย์  เป็นการเจริญมหาเมตตาธรรมโดยแท้  จะทำให้เกิดสิริมงคลและก่อให้เกิดความสุข  โดยตั้งอยู่บนหลักธรรม 2 ประการคือ  การไม่เบียดเบียนผู้อื่น  ไม่นำเอาชีวิตสัตว์ทั้งหลายมาต่อชีวิตตนเอง และการไม่เบียดเบียนตนเอง  โดยไม่รับประทานสิ่งที่ทำลายสุขภาพร่างกายให้ทรุดโทรมรม 2 ประการคือ  การไม่เบียดเบียนผู้อื่น  ไม่นำเอาชีวิตสัตว์ทั้งหลายมาต่อชีวิตตนเอง</p>
<p><a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/">การกินเจ</a> ถือเป็นประเพณีสำคัญอย่างหนึ่งของคนจีน  จะเริ่มเทศการกินเจในวันที่  1-9 ค่ำ  เดือน 9 ตามปฏิทินจีน  หรือช่วงกลางเดือนตุลาคม  ซึ่งมีตำนานกล่าวถึงการกินเจ  เล่าต่อกันมาว่า  ในครั้งสมัยพระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์  “<span style="color: #ff0000;">ยิ่นฮ้วงสิ</span>”  แปลว่า  “<span style="color: #ff0000;">ผู้เป็นเจ้าแห่งมนุษย์</span>”  มีพี่น้องรวม 9องค์  ซึ่ต่างมีอิทธิฤทธิ์วิเศษต่างๆ เป็นที่นับถือในหมู่คนจีนว่าเป็นผู้วิเศษ  เมื่อล่วงลับจากโลกมนุษย์  ได้ขึ้นสวรรค์ไปจุติเป็นดาวจระเข้เรียงกัน 9 ดวง  ผู้คนเรียกท่านว่า  “เก้าฮ้วงฮุ้ดโจ้ว”  ซึ่งแปลว่า  “พระเจ้าเก้าพระองค์”  เป็นผู้ถือบัญชีชื่อคนทั้งหลายในโลกมนุษย์  ถ้าใครถึงเวลาที่จะหมดอายุขัย  ก็สามารถขอต่ออายุให้ยืนต่อไปได้อีกตามความปราถนา  ตามบุญวาสนาความดีที่ตนทำไว้</p>
<p><span style="color: #ff0000;">ในวันขึ้น 1-9 ค่ำ จีน</span> ซึ่งตรงกับเดือนตุลาคมของปฏิทินสากล  เป็เวลาที่  “เก้าฮ้วงฮุ้ดโจ้ว”  ลงมาตรวจดูคนทั้งหลายในโลกมนุษย์ว่าใครทำผิดทำชั่ว  ทำความดีงามอย่างไรบ้าง  ท่านก็จะจดลงไว้ในบัญชีและบันดาลให้เป็นไปตามผลกรรมของผู้ทำนั้น  ใครทำดีก็ได้ดี  ใครทำชั่วก็ได้ชั่ว  ใครมำชั่วแล้วกลับใจทำความดีได้  ก็ได้ดี  ฉะนั้นในช่วงนั้นคนจีนจึงกินเจเป็นการทำความดีให้  “เก้าฮ้วงฮุ้ดโจ้ว”  ได้เห็น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ข้อควรถือปฏิบัติ  สำหรับผู้คนที่จะเข้าร่วมพิธีกินเจ</strong></span></p>
<ol>
<li>บุคคลที่อยู่ในระหว่างการไว้ทุกข์  ห้ามเข้าร่วมพิธีกินเจอย่างเด็ดขาด</li>
<li>บุคคลที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์  เข้าร่วมพิธีกินเจได้  แต่จะไปไหวพระที่ศาลเจ้า  หรือไปดูการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ในขณะที่พระเข้าทรงที่ศาลเจ้าไม่ได้</li>
<li>บุคคลที่มีประจำเดือน  เข้าร่วมพิธีกินเจได้  แต่จะไปไหวพระที่ศาลเจ้า  หรือไปดูการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ในขณะที่พระเข้าทรงที่ศาลเจ้าไม่ได้</li>
<li>บุคคลที่เข้าร่วมพิธี<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/">กินเจ</a> ห้ามดื่มของมึนเมาอย่างเด็ดขาด</li>
<li>บุคคลที่เข้าร่วมพิธี<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/">กินเจ</a> ห้ามร่วมประเวณีอย่างเด็ดขาด</li>
<li>บุคคลที่เข้าร่วมพิธี<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/">กินเจ</a> ห้ามรับประทานอาหารที่เป็นของสดคาว  เนื้อสัตว์ต่างๆอย่างเด็ดขาด</li>
<li>บุคคลที่เข้าร่วมพิธี<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/">กินเจ</a> ต้องชำระร่างกายให้สะอาดก่อนเข้าพิธี  และรักษาความสะอาดของร่างกายอยู่เสมอ</li>
<li>บุคคลที่เขาร่วมพิธี<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/">กินเจ</a> ต้องประพฤติชอบทั้งกาย  วาจาและใจ</li>
</ol>
<p><a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/">เมนูอร่อย.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88-2553-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อสันนิษฐานการกินเจ</title>
		<link>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Nov 2009 06:39:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อสันนิษฐานการกินเจ]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรอาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูอาหารเจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/?p=2276</guid>
		<description><![CDATA[ข้อสันนิษฐานการกินเจ ในตำนานของจีน &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;เทศกาลกินเจเป็นความเชื่อของชาวจีน ที่ถือ วันที่ 1 เดือน 9 ของทุกปี งดป็นการเริ่มต้นของการไม่กินเนื้อสัตว์ภายในช่วงเวลา 9-10 วัน ซึ่งในระหว่างนี้ก็ควรจะถือศีล ทำบุญทำทาน เพื่อเป็นการชำระทั้งร่างกายและจิตใจให้บริสุทธ์ &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;คำว่า “เจ” หรือ “แจ” ในภาษาจีนมีความหมายทางพุทธศาสนาฝ่ายมหานิยานว่า “อุโบสถ” ส่วน “กินเจ” หมายถึง การรับประทานอาหารก่อนเที่ยง ถ้ารับประทานอาหารหลังเที่ยงจะเรียกกินเจไม่ได้เนื้อจากถืออุโบสถของชาวจีน ซึ่งไม่กินเนื้อสัตว์ จึงเพี้ยนไปว่าการไม่กินเนื้อสัตว์เป็นการกินเจทั้งที่การไม่กินเนื้อสัตว์เป็นการ “กินสู่” เรื่องการกินเจนี้คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นพิธีที่เกี่ยวข้องด้วยพุทธศาสนา แต่ความเป็นจริงการบูชาเป๊ง “กษัตริย์เป๊ง” เป็นกษัตริย์องสุดท้ายของรางวงศ์ข้อง ซึ้งสิ้นพระชนม์โดยทรงทำอัตวินิบาตกรรมในขณะเสด็จไต้หวันโดยทางเรือ เมื่อมีพระชนมายุ 9 พรรษา พิธีบูชาเพื่อระลึกถึงราชวงศ์ซ้องนี้ มีแต่ในเฉพาะในมณฑณฮกเกี้ยนเท่านั้น ซึ่งเป็นดินแดนชิ้นสุดท้ายของราชวงศ์ซ้องโดยชาวฮกเกี้ยนได้จัดทำพิธีดังกล่าวนี้ขึ้นด้วยอาศัยศาสนาบังหน้าการเมือง ด้วยเหตุผลเกรงกลัวรางวงศ์หงวน ประเพณีกินเจมีการเผยแพร่สู่เมืองไทยโดยชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพจากฮกเกี้ยน นำมาเผยแพร่อีกทอดหนึ่ง การทำพิธีดังกล่าวใช้สีเหลืองทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งถือเป็นสีของพระเจ้าแผ่นดินฉะนั้นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องจากการกินเจจึงมักใช้สีเหลือง แม้กระทั้งธงที่ปักตามร้านขายอาหารเจ เป็นต้น &#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;ได้มีตำนานกล่าวถึงการกินอาหารเจไว้ว่า ในสมัยพระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์ “ยินฮ่วงสี” แปลว่า เจ้าใหญ่แห่งมนุษย์ ซึ่งชาวจีนถือว่าเป็นผู้วิเศษและนับถือมากมีอยู่ด้วยกัน 9 องค์พี่น้อง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 414px"><img title="อาหารเจ" src="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/img/off1.jpg" alt="ถือศิลกินเจ" width="404" height="300" /><p class="wp-caption-text">ถือศิลกินเจ</p></div>
<h4><strong>ข้อสันนิษฐานการกินเจ ในตำนานของจีน</strong></h4>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เทศกาลกินเจเป็นความเชื่อของชาวจีน ที่ถือ วันที่ 1 เดือน 9 ของทุกปี งดป็นการเริ่มต้นของการไม่กินเนื้อสัตว์ภายในช่วงเวลา 9-10 วัน ซึ่งในระหว่างนี้ก็ควรจะถือศีล ทำบุญทำทาน เพื่อเป็นการชำระทั้งร่างกายและจิตใจให้บริสุทธ์<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คำว่า “เจ” หรือ “แจ” ในภาษาจีนมีความหมายทางพุทธศาสนาฝ่ายมหานิยานว่า “อุโบสถ” ส่วน “กินเจ” หมายถึง การรับประทานอาหารก่อนเที่ยง ถ้ารับประทานอาหารหลังเที่ยงจะเรียกกินเจไม่ได้เนื้อจากถืออุโบสถของชาวจีน ซึ่งไม่กินเนื้อสัตว์ จึงเพี้ยนไปว่าการไม่กินเนื้อสัตว์เป็นการกินเจทั้งที่การไม่กินเนื้อสัตว์เป็นการ “กินสู่”<br />
เรื่องการกินเจนี้คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นพิธีที่เกี่ยวข้องด้วยพุทธศาสนา แต่ความเป็นจริงการบูชาเป๊ง “กษัตริย์เป๊ง” เป็นกษัตริย์องสุดท้ายของรางวงศ์ข้อง ซึ้งสิ้นพระชนม์โดยทรงทำอัตวินิบาตกรรมในขณะเสด็จไต้หวันโดยทางเรือ เมื่อมีพระชนมายุ 9 พรรษา พิธีบูชาเพื่อระลึกถึงราชวงศ์ซ้องนี้ มีแต่ในเฉพาะในมณฑณฮกเกี้ยนเท่านั้น ซึ่งเป็นดินแดนชิ้นสุดท้ายของราชวงศ์ซ้องโดยชาวฮกเกี้ยนได้จัดทำพิธีดังกล่าวนี้ขึ้นด้วยอาศัยศาสนาบังหน้าการเมือง ด้วยเหตุผลเกรงกลัวรางวงศ์หงวน ประเพณีกินเจมีการเผยแพร่สู่เมืองไทยโดยชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพจากฮกเกี้ยน นำมาเผยแพร่อีกทอดหนึ่ง การทำพิธีดังกล่าวใช้สีเหลืองทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งถือเป็นสีของพระเจ้าแผ่นดินฉะนั้นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องจากการกินเจจึงมักใช้สีเหลือง แม้กระทั้งธงที่ปักตามร้านขาย<strong><a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ </a></strong>เป็นต้น<br />
<span id="more-2276"></span></p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 210px"><img title="อาหารเจ" src="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/img/off2.jpg" alt="เก้าฮ้วงฮุคโจ้ว" width="200" height="200" /><p class="wp-caption-text">เก้าฮ้วงฮุคโจ้ว</p></div>
<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ได้มีตำนานกล่าวถึงการกิน<strong><a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a></strong>ไว้ว่า ในสมัยพระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์ “ยินฮ่วงสี” แปลว่า เจ้าใหญ่แห่งมนุษย์ ซึ่งชาวจีนถือว่าเป็นผู้วิเศษและนับถือมากมีอยู่ด้วยกัน 9 องค์พี่น้อง ได้เห็นพรสวรรค์และเป็นดาวจระเข้เรียงกัน<br />
9 ดวง ผู้คนเลยเรียกว่า “เก้าฮ้วงฮุคโจ้ว” แปลว่า พระเจ้า 9 พระองค์ เก้าฮ้วงฮุคโจ้ว เป็นผู้ถือบัญชีคนในมนุษย์โลก สามารถต่ออายุขัยให้ยืนยาวต่อไปตามความต้องการ จีนถือระหว่างวันขึ้น 1-9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทีนจีน เป็นวันที่เก้าฮ้วงฮุคโจ้ว จะลงมาตรวจสอบมนุษย์โลกเพื่อจดทะเบียนแล้วบันดาลให้เป็นไปตามกรรมดี กรรมชั่ว ของแต่ละคน เมื่อรู้ดังนั้นในวันดังกล่าว พวกเขาจึงพากันยกเว้นอาหารสด คาว เสียชั่วคราว เพื่อแสดง ว่าได้ประกอบกรรมดีให้พระเจ้าเห็น<br />
ผู้ที่กิน<a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>อาหารเจ</strong></a>ต้องประพฤติตัวอยู่ในศีลธรรมด้วยการละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ไม่ทะเลาะวิวาท รักษาศีล บริสุทธิ์ แต่งกายด้วยเครื่องขาว และสยายผมพร้อมกับอดอาหารสด คาว ที่ชาวจีนเรียกว่า “ชอ” กินเจที่เคร่งครัดจะไม่อยมให้ภาชนะสำหรับใส่อาหารปะปนกับอาหาร ชอ อย่างเด็ดขาด แม้จะล้างจนหมดเกลี้ยงเพียงใดก็ใช้ร่วมกันไม่ได้ บางคนไม่กินผักที่มีกลิ่นแรง เช่น หอม กระเทียม อีกด้วย เพราะ ถือตามที่เล่ากันมาว่า ในสมัยราชวงศ์ไต้เหลียง มีพระเจ้าแผ่นดินทรงพระนามว่า นตี้ ทรงนิยมพระสมภารรูปหนึ่งมาก ทรงให้มเหสีทำอาหารถวายทุกเวลา มเหสีเห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดปรานมาก และทำให้นางต้องลำบาก จึงไม่พอพระทัย ดังนั้นวันหนึ่งพระนางจึงแกล้งสมภารองค์นั้นเพื่อพระนางเอจะหมดภาระ การจัดทำจึงทรงนำซาลาเปายัดไส้หมูและเนื้อทราย ฝ่ายสมภารรู้ถึงการกลั่นแกล้งจึงสั่งห้ามพระผู้เป็นศิษย์ฉันแล้วเอาใส่ย่ามไปทิ้งที่หน้าประตูวัด เพียงเวลาไม่นานประตูวัดก็เต็มไปด้วยต้นหอม ต้นกระทียม และผักชี นั่นคือเหตุที่มาของเหตุที่ชาวจีนๆไม่กินผักที่มีกลิ่นแรง ถือว่าผักต่างๆ เหล่านั้นเกิดจาก “ซอ” จึงได้มีกลิ่นแรงเช่นนั้น</p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 276px"><img title="อาหารเจ" src="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/img/off3.jpg" alt="อาหารเจ" width="266" height="400" /><p class="wp-caption-text">อาหารเจ</p></div>
<p>ผู้ที่กิน<strong><a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a></strong>จะกินอยู่ในบ้านของตนเอง โดยจะไปไหว้พระและสวดมนต์ที่ โรงพิธีโรงเจ เรียกว่า “เจตั้ง” ทางโรงพิธีเมื่อถึงการกินเจกรรมการจะจัดโต๊ะวางกระถางธูป ตกแต่งสถานที่ดอกไม้ ตั้งเครื่องเส้นเป็น อาหารเจ พร้อมกับผลไม้จุดโคม 9 ดวง ซึ่งสมมุติเป็น เก้าฮ้วงฮุดโจ้ว แขวนไว้เป็นแถว<br />
การทำพิธีเริ่มขึ้น 1 ค่ำ วันนี้ถือเป็นวันเชิญพระเจ้า มีการนำโต๊ะและกระถางธูปไปไว้ที่กลางแจ้งแห่งใดแห่งหนึ่ง นัดผู้คนไปพร้อมกัน ณ ที่นั้น แล้วจุดธูป จุดเทียน กราบไหว้อัญเชิญเจ้าให้เสด็จลงมาและการที่ทราบว่าพระเจ้าได้เสด็จลงมาหรือยังใช้วิธีทอดไม้เสี่ยงทายดู การทอดไม้ต้องทอด 3 ครั่ง โดยให้หงาย 1 อัน ค่ำ 1 อัน และคว่ำคู่อีก 1 อัน จึงใช้ได้ เมื่อเสด็จจากการเชิญพระเจ้าแล้วก็แห่กลับโรงพิธี<br />
คืนวันขึ้น 4 ค่ำ มีการลอยกระทง ในกระทงมีหมาก พลู บุหรี่ และสตางค์ กับอาหารเจ ผลไม้ การลอยกระทงนี้ถือว่าเป็นการทำบุญให้ผีทั่วไป<br />
วันขึ้น 5 ค่ำ เวลาเช้าจะมีการตั้งผมบาล ซึ่งทำด้วยกระดาษไว้เพื่อเป็นพยาน ตอนบ่ายมีการตั้งกระจาดเสร็จแล้วเผาธูปยมบาล<br />
วันขึ้น 7 ค่ำ  มีการเลือกตั้งกรรมการสำหรับปีต่อไป ซึ่งเลือกจากผู้กิน<strong><a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a></strong> ซึ่งมีหลักฐานมั่นคงการเลือกตั่งกรรมการใช้วิธีจดชื่อไว้เสี่ยงทายถามเจ้า ด้วยการทอดไม้เช่นเดียวกับวิธีอัญเชิญเทพเจ้าจนครบจำนวนกรรมการ<br />
วันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 หรือ 10 ค่ำ ตอนเช้า เป็นวันสุดท้าย เป็นวันทำพิธี ส่งเจ้ากลับ ซึ่งไม่มีพิธีอะไรมากนำต้นโคมทั้ง 9 ดวง ที่จุดไว้แห่กระถางธูปไปลอยน้ำก็เป็นอันเสร็จพิธีกินเจ<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กาถือศีลกิน<strong><a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a></strong>ระทำติดต่อกัน 9-10 วัน อาจจะเป็นความเชื่อว่า ผลการบำเพ็ญบุญในช่วงเวลาดังกล่าว จะส่งผลให้ตัวเงและครอบครัวประสบความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้น ทั้งเป็นการช่วยต่ออายุให้ยืนยาวอีกต่อไปด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็คงคิดเช่นนั้น แต่ติดอีกที่การกิน<strong><a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a></strong>มีจุดหมายเพื่อไม่ให้ผู้ต้องการกินเจเกิดความยุ่งอยากนั้นต่างหาก โดยมีการกินง่ายๆ เรียบๆ และไม่เบียดบังชีวิตสัตว์เป็นสำคัญ<br />
(ที่มา อมฤต ชมรมเจแห่งประเทศไทย www.vrgetarianthai.com)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การกินอาหารเจ</title>
		<link>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Oct 2009 03:14:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้อาหารเจและมังสวิรัติ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/?p=1935</guid>
		<description><![CDATA[อาหารเจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่งดรับประทานเนื้อสัตว์ ผู้คนบางวัฒนธรรมและบางท้องถิ่นที่มีเหตุผลต่างๆนาๆ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทางศาสนา ลัทธิความเชื่อหรือแม้งกระทั้งงดรับประทานเนื้อสัตว์เพื่อสุขภาพ ซึ้งเป็นกระแสการบริโภคที่กำลังมาแรง ทั้งในรูปแบบของอาหารมังสวิรัติ แมโครไบโอติกส์ หรือชีวจิต เราสามารถแบ่งกลุ่มของผู้ที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ออกเป็น 3 กลุ่มได้ดังนี้ กลุ่มที่1 (Vegan) เป็นกลุ่มที่รับประทาน ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และธัญพืช แต่ไม่รับประทาน ไข่ นม เนย ชีส และผลิตภัณฑ์จากนมและสัตว์ทุกชนิด กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่รับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช นมและผลิตภัณฑ์จากนมแต่ไม่รับประทานไข่ กลุ่มที่ 3 (Lacto &#38; Ovo) กลุ่มที่รับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช นม ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนมและไข่ ทั้งสามกลุ่มนี้งดรับประทานเนื้อสัตว์โดยสิ้นเชิง นอกจากสามกลุ่มนี้แล้วก็ยังแบ่งย่อยออกไปอีกหลายประเภท เช่น กลุ่ม ที่รับประทานเฉพาะพืชผลไม้สดๆที่ไม่ผ่านความร้อน (Raw food) หรือบางกลุ่มก็เป็นพวกที่รับประทานเฉพาะผลไม้สดและแห้งและธัญพืชต่างๆ (Fruitarian) และยังมีกลุ่มที่รับประทานเนื้อสัตว์จำพวกอาหารทะเลบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็เรียกตัวเองว่า Seafood Vegetarian ปัจจุบันมีผู้หันมารับประทานอาหารมังสวิรัติและอาหารเจมากขึ้นชาวตะวันตกเองก็มีผู้รับประทานอาหารประเภทนี้เพิ่มมาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><img title="อาหารเจ" src="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/img/2.jpg" alt="ถือศิลกินเจ" width="300" height="307" /><p class="wp-caption-text">ถือศิลกินเจ</p></div>
<p><a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"> </a><span style="text-decoration: underline;"><a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a></span>เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่งดรับประทานเนื้อสัตว์ ผู้คนบางวัฒนธรรมและบางท้องถิ่นที่มีเหตุผลต่างๆนาๆ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทางศาสนา ลัทธิความเชื่อหรือแม้งกระทั้งงดรับประทานเนื้อสัตว์เพื่อสุขภาพ ซึ้งเป็นกระแสการบริโภคที่กำลังมาแรง ทั้งในรูปแบบของอาหารมังสวิรัติ แมโครไบโอติกส์ หรือชีวจิต</p>
<p>เราสามารถแบ่งกลุ่มของผู้ที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ออกเป็น 3 กลุ่มได้ดังนี้</p>
<p><strong>กลุ่มที่1</strong> (Vegan) เป็นกลุ่มที่รับประทาน ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และธัญพืช แต่ไม่รับประทาน ไข่ นม เนย ชีส และผลิตภัณฑ์จากนมและสัตว์ทุกชนิด</p>
<p><strong>กลุ่มที่ 2</strong> คือกลุ่มที่รับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช นมและผลิตภัณฑ์จากนมแต่ไม่รับประทานไข่</p>
<p><strong>กลุ่มที่ 3</strong> (Lacto &amp; Ovo) กลุ่มที่รับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช นม ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนมและไข่</p>
<p>ทั้งสามกลุ่มนี้งดรับประทานเนื้อสัตว์โดยสิ้นเชิง นอกจากสามกลุ่มนี้แล้วก็ยังแบ่งย่อยออกไปอีกหลายประเภท เช่น กลุ่ม ที่รับประทานเฉพาะพืชผลไม้สดๆที่ไม่ผ่านความร้อน (Raw food) หรือบางกลุ่มก็เป็นพวกที่รับประทานเฉพาะผลไม้สดและแห้งและธัญพืชต่างๆ (Fruitarian) และยังมีกลุ่มที่รับประทานเนื้อสัตว์จำพวกอาหารทะเลบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็เรียกตัวเองว่า Seafood Vegetarian</p>
<p>ปัจจุบันมีผู้หันมารับประทานอาหารมังสวิรัติและ<a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a>มากขึ้นชาวตะวันตกเองก็มีผู้รับประทานอาหารประเภทนี้เพิ่มมาก เนื่องจากชาวตะวันตกหันมาให้ความสนใจเรื่องอาหาร สุขภาพ และเรื่องปรัชญาต่างๆ บ้างก็เรียกกลุ่มของตัวเองว่า นักธรรมชาตินิมยม (Naturalism)</p>
<p><span id="more-1935"></span><br />
<img class="aligncenter" title="อาหารเจ" src="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/img/1.jpg" alt="" width="300" height="260" /></p>
<p><strong><a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"> อาหารเจ</a>และอาหารมังสวิรัติมีความแตกต่างกันคือ</strong> อาหารมังสวิรัติไม่รับประทานเนื้อสัตว์ กินผักทุกชนิด และอย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า บางคนก็รับประทานไข่และดื่มนม เราก็ยังเรียกว่ามังสวิรัติ แต่อาหารเจนั้นต้องงดเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์โดยเด็ดขาด ไม่ดื่มนมและไม่กินไข่</p>
<p><strong> เทศกาลกินเจ</strong>ที่นิมยมแพร่หลายทุกวันนี้จะมีขึ้นในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฎิทินทางจันทรคติ (วันจีน) เป็นเวลา 9 วัน ผู้ที่กินเจก็จะเริ่มรับประทาน<a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a>เท่านั้นสำหรับผู้ที่ต้องเคร่งครัดก็ต้องสวมชุดขาวไปโรงเจหรือไปวัดเพื่อไหว้พระ บริจาคทาน สวดมนต์ ถือศีลปฎิบัติธรรม</p>
<p><a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a>จึงแตกต่างจากอาหารมังสวิรัติตรงที่เป็นอาหารบริสุทธ์ โดยที่ผู้กินเจต้องถือศีลปฎิบัติธรรมเพื่อชำระจิตใจให้บริสุทธ์อย่างแท้จริง ดังคำว่า “<strong>ถือศีลกินเจ</strong>” และที่สำคัญ อาหารเจยังต้องดเครื่องปรุงดังต่อไปนี้</p>
<ol>
<li>กระเทียม รวมทั้งหัวกระเทียมและต้นกระเทียม รวมทั้งเครื่องปรุงทุกชนิดที่มีส่วนประกอบของกระเทียม</li>
<li>หัวหอม รวมถึงต้นหอม ใบหอม หอมเล็ก หอมหัวใหญ่</li>
<li>หลักเกียว คือ กระเทียมโทนจีน มีปลูกทางภาคเหนือตอนบน ชาวจีนฮ่อบริโภคอยู่บ้าง</li>
<li>กุยช่าย</li>
<li>ใบยาสูบ รวมทั้งบุรี ยาเส้น</li>
</ol>
<p>ผักดังกล่าวเป็นผักที่มีกลิ่นแรง และผู้ที่ปฏิบัติธรรมไม่ควรรับประทาน เพราะผักเหล่านี้มีฤทธ์ไปกระตุ้นให้จิตใจงุดงิดง่าย</p>
<p>เมื่อถึงเทศกาลกินเจจะเห็นว่ามี<a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a>ขายทั่วกรุง แสดงให้เห็นว่ามีผู้นิยมกินอ<a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">าหารเจ</a>เป็นจำนวนมาก อาหารเจจึงไม่ใช้อาหารสำหรับคนโบราณคร่ำครึอีกต่อไปหากมีโอกาสเดินดูอาหารที่ขายหรือไปรับประทานอาหารตามร้านมังสวิรัติจะพบว่ามีเมนู<a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a>แปลใหม่ อร่อย น่ารับประทานเกิดขึ้นมากมาย นั้นเป็นเพราะ อาหารเจอยู่ในแนวทางเดียวกับอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ้งเป็ยกระแสบริโภคเพื่อสุขภาพที่ดี กล่าวคือ ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ไขมัน งดเนย ชีส เน้นการรับประทานพืชผัก ผลไม้ ธัญพืช และอาหารธรรมชาติ ปัจจุบันอาหารเจได้เปลี่ยมโฉมไปมาก กลายเป็นอาหารทันสมัย อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน โดยไม่ต้องมีเนื้อสัตว์มาเป็นส่วนประกอบเลย</p>
<p>การลดเลิกหรือเลือกรับประทานเนื้อสัตว์เป็นทางเลือกใหม่ที่ดีทางหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เพราะคนเราสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขแข็งแรง ได้รับสารอาหารครบถ้วนโดยไม่ต้องรับประทานเนื้อสัตว์</p>
<p>มีผู้คนมากมายค้นพบว่าการกินเจทำให้พบสิ่งดีๆมากมายในชีวิต สุขภาพดีขึ้น จิตใจก็ผ่องใส ส่งผลให้มีกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตดีขึ้นตามไปด้วย</p>
<p>ถ้ามีความคิดว่าอยากจะกินอาหารเจดูบ้าง ก็ควรสนใจและเข้าใจเรื่องโภชนาการเพื่อจะได้รับประทานอาหารเจอย่างถูกต้อง ได้รับสารอาหารครบถ้วน และมีสุขภาพแข็งแรง หากมีผู้สนใจซักถามเราเรื่องอาหารเจ จะได้อธิบายให้เพื่อนหรือผู้สนใจฟังได้อย่างน่าเชื่อถือว่า ผู้ที่งดรับประทานเนื้อสัตว์สามารถมีสุขภาพดีและได้รับทางคุณค่าโภชนาการที่พอเพียงเช่นกัน</p>
<p>www.เมนูอร่อย.com</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" title="อาหารเจ" src="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/img/3.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<h1 style="text-align: center;"><span style="color: #ffffff;"> </span></h1>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาหารดี..เพื่อสุขภาพกายและใจที่ดี</title>
		<link>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Oct 2009 15:27:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้อาหารเจและมังสวิรัติ]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรอาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูอาหารเจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/?p=1919</guid>
		<description><![CDATA[อาหารดี..เพื่อสุขภาพกายและใจที่ดี อาหารที่ดีไม่ได้หมายถึงอาหารที่มีราคาแพง หารับประทานยาก มีรสชาติเหมือนเนื้อสัตว์ แต่อาหารที่ดีหมายถึงอาหารที่ให้สารอาหารที่จำเป็นที่ร่างกายต้องการอย่างครบถ้วน ผ่านกระบวนการที่ปรุงละเอียดประณีต พิถีพิถัน ไม่ดัดแปลงวัตถุดิบและเครื่องปรุงมาเกินไปจนสูญเสียคุณค่าของหารนั้นไป อาหารเจก็สามารถใช้พืชผัก ธัญพืชเครื่องปรุง และวัตถุดิบต่างๆมาปรุงเป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการ มีสารอาหารต่างๆ หลากหลายตามความต้องการพื้นฐานของร่างกายมนุษย์อย่างครบถ้วน โปรตีน อาหารเจมีแหล่งโปรตีนที่สำคัญ ได้แก่ ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้ ฟองเต้าหู้ เต้าหู้ชนิดต่างๆ ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ และผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น เนยถั่วลิสง ถั่ววอลนัล ธัชพืชต่างๆ เช่น เมล็ดทานตะวัน เม็ดมะม่วงหิมพานต์ งา เมล็ดฟักทอง เมล็ดอัลมอนด์ อาหารเหล่านี้นอกจากจะให้โปรตีนสูงแล้ว ยังมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายต่างๆ คาร์โบไฮเดรต อาหารเจได้รับตาร์โบไฮเดรตจาก ข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว เช่น ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ แป้งสาลีและผลิตภัณฑ์จากแป้งสาลี เช่น ขนมปัง เส้นพาสต้า นอกจากนี้คาร์โบไฮเดรตยังมีอยู่ในมันฝรั่ง ข้าวโพด ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ กล้วย ควรเลือกรับประทานอาหารจากแป้งที่ผ่านการขัดสีน้อยที่สุด เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท เป็นต้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3><strong>อาหารดี..เพื่อสุขภาพกายและใจที่ดี</strong></h3>
<p><strong>อาหารที่ดีไม่ได้หมายถึงอาหารที่มีราคาแพง หารับประทานยาก มีรสชาติเหมือนเนื้อสัตว์ แต่อาหารที่ดีหมายถึงอาหารที่ให้สารอาหารที่จำเป็นที่ร่างกายต้องการอย่างครบถ้วน ผ่านกระบวนการที่ปรุงละเอียดประณีต พิถีพิถัน ไม่ดัดแปลงวัตถุดิบและเครื่องปรุงมาเกินไปจนสูญเสียคุณค่าของหารนั้นไป</strong></p>
<p><strong><a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"> อาหารเจ</a>ก็สามารถใช้พืชผัก ธัญพืชเครื่องปรุง และวัตถุดิบต่างๆมาปรุงเป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการ มีสารอาหารต่างๆ หลากหลายตามความต้องการพื้นฐานของร่างกายมนุษย์อย่างครบถ้วน</strong></p>
<p><strong><strong>โปรตีน</strong></strong></p>
<h3><strong><a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a>มีแหล่งโปรตีนที่สำคัญ ได้แก่</strong></h3>
<ol>
<li><strong>ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น น้ำเต้าหู้      ฟองเต้าหู้ เต้าหู้ชนิดต่างๆ</strong></li>
<li><strong>ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ และผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น เนยถั่วลิสง      ถั่ววอลนัล</strong></li>
<li><strong>ธัชพืชต่างๆ เช่น เมล็ดทานตะวัน เม็ดมะม่วงหิมพานต์ งา      เมล็ดฟักทอง เมล็ดอัลมอนด์</strong></li>
</ol>
<p><strong>อาหารเหล่านี้นอกจากจะให้โปรตีนสูงแล้ว ยังมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายต่างๆ</strong></p>
<p><strong><strong>คาร์โบไฮเดรต</strong></strong></p>
<p><strong><a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a>ได้รับตาร์โบไฮเดรตจาก</strong></p>
<ol>
<li><strong>ข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว เช่น ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่</strong></li>
<li><strong>แป้งสาลีและผลิตภัณฑ์จากแป้งสาลี เช่น ขนมปัง เส้นพาสต้า</strong></li>
</ol>
<p><strong>นอกจากนี้คาร์โบไฮเดรตยังมีอยู่ในมันฝรั่ง ข้าวโพด ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ กล้วย</strong></p>
<p><strong>ควรเลือกรับประทาน<a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหาร</a>จากแป้งที่ผ่านการขัดสีน้อยที่สุด เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท เป็นต้น เพราะนอกจากจะได้รับคาร์โบไฮเดรตแล้ว ยังมีใยอาหาร วิตามีน และเกลือแร่ในปริมาณสูงอีกด้วย</strong></p>
<p><strong><span id="more-1919"></span></strong></p>
<p><strong><strong>ไขมัน</strong></strong></p>
<p><strong>ร่างกายต้องการไขมันในปริมาณที่เหมาะสม ไขมันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกายเพราะเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง และช้วยละลายวิตามินชนิดที่ละลายไขมัน คือ วิตามีนอี ดี เอ และเค ช้วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินเหล่านี้</strong></p>
<p><strong>ไขมันประกอบไปด้วยกรดไขมัน 2 ชนิด คือ กรดไขมันอิ่มตัวและกรดไขมันไม่อิ่มตัว</strong></p>
<p><strong>กรดไขมันในเนยมีในเนย น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม</strong></p>
<p><strong>กรดไขมันไม่อิ่มตัวมีในน้ำมันพืชต่างๆ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดทานตะวัน</strong></p>
<p><strong>การรับประทานอาหารกรดไขมันไม่อิ่มตัวจะช้วยลดคอเลสเทอรอลในเลือด และยังเป็นแหล่งวิตามินอี ช้วยป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วย</strong></p>
<p><strong><strong>วิตามีนและเกลือแร่</strong></strong></p>
<p><strong>ผู้ที่รับประทาน<a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a>เป็นประจำ หากเลือกรับประทานอาหารหลากหลายจะไม่ขาดวิตามินและเกลือแร่เลย เพราะวิตามินและเกลือแร่มีมากในผักและผลไม้และในเครื่องปรุง<a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a>อยู่แล้วเช่น</strong></p>
<ol>
<li><strong>วิตามีนบี 1 มีในถั่วต่างๆ ข้าวกล้องมันฝรั่ง</strong></li>
<li><strong>วิตามีนบี 2 มีมากในเห็ดต่างๆ ผักใบเขียว เมล็ดอัลมอนด์ ผลไม้แห้ง เช่น ลูกพรุน อินทผลัม</strong></li>
<li><strong>วิตามีนบี 6 มีมากในลูกเกด กลัว ถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน</strong></li>
<li><strong>วิตามีนบี 12 มีมากในผลิตภัณฑ์ ถั่วเหลืองที่ผ่านการหมัก เช่น เต้าเจี้ยว เต้าหู้ยี้ มิโซะ และซีอิ๊ว และยังมีมากในสาหร่ายทะเลอีกด้วย</strong></li>
<li><strong>กรดโฟลิก มีมากในผักสดต่างๆ พืชตะกูลส้ม อะโวคาโด เล็ดอัลมอนด์และถั่ววอลนิท</strong></li>
<li><strong>วิตามินซี มีมากในผลไม้สดที่มีรสเปรี้ยว ฝรั่ง มะเขือเทศ ผักใบเขียว และพริก</strong></li>
</ol>
<p><strong>ส่วนเกลือแร่ต่างๆ เช่น ธาตุเหล้กแคลเซียม สังกะสี แมกนีเซียม ก็มีอยู่ในพืชผัก ธัญพืชต่างๆ ผลไม้ทั้งสดและแห้งซึ้งผู้รับประทานอาหารเจกินกันเป็นประจำอยู่แล้ว</strong></p>
<p><strong>นอกจากนี้<a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a>ยังมีใยอาหารซึ้งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ฬยอาหารพบมากในผัก ผลไม้ และธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี มากเกินไป ถั่วต่างๆ ข้าวโพด แครอท ผักโขม มันฝรั่ง ผลไม้ทั้งสดและแห้ง</strong></p>
<p><strong>ผู้รับประทาน<a title="อาหารเจ" href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเ</a>จควรเลือกอาหารหลากชนิด ก็จะได้รับสารอาหารคบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ เป็นผู้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจอย่างที่ทุกคนปารถนา</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาหารเจ กินแล้วมีความสุขจริง?</title>
		<link>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Oct 2009 13:17:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[“อาหารเจ” กินแล้วมีความสุขจริงหรือ???]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรอาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูอาหารเจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/?p=1266</guid>
		<description><![CDATA[อาหารเจ :กินแล้วมีความสุขจริงหรือ??? นพ. กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่า &#8220;อาหารเจ&#8221; เป็นอาหารที่กินแล้วทำให้เป็นสุข คนที่กินเจจะกลับมาเป็นหนุ่ม-สาวอีกครั้ง แต่หากกินมากไปอาจจะทำให้ร่างกายตุ้ยนุ้ยได้ ดังนั้น กินเจได้ แต่อย่ากินจุ อาหารเจของจีนนั้นต่างกับอาหารมังสวิรัติของฝรั่งหรือแขก เนื่องจากอาหารเจไม่ได้ให้กินแต่ผักอย่างเดียว เพราะมีผักกลิ่นแรงถึง 5 อย่างที่กินไม่ได้แถมยังให้สามารถกินหอยนางรมได้ ส่วนถ้าเป็นมังสวิรัติของฝรั่งกับแขกนั้น จะไม่แตะต้องเนื้อสัตว์เลย แต่ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ก็อาจมีแตะต้องบ้าง ต่างกันไปตามลัทธิความเชื่อ เช่น บางลัทธิให้กินไข่ได้ หรือบางลัทธิให้กินนมได้ แต่บางลัทธิก็ไม่ให้กินผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์อย่างสิ้นเชิง แต่สำหรับวิธีกินเจไม่ให้แก่นั้น มีดังนี้ 1.หนักกินผัก เช่น คะน้า, บร็อคโคลี, ผักโขม, แค รอตหรือฟักทอง แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะขาดแป้งเพราะผักเหล่านี้มีแป้งชั้นดีเจืออยู่ และกินวิตามินบี 12 จากอาหารจำพวกธัญพืช 2.ไม่กินขนม เพราะธรรมชาติของคนกินเจจะหิวเร็ว ถ้ากินอาหารเจแท้ๆ จะทำให้เกิดอาการ &#8220;ติดแป้ง&#8221; อยากกินมื้อต่อไปไวขึ้น 3.เลี่ยงอาหารเจประเภทอมน้ำมัน แต่ถ้าเผลอกินเข้าไปมาก อาจจิบชาจีน หรือชาเขียวช่วยขัดตะกรันไขมันที่เกรอะอยู่ตามลำไส้ช่วยได้ และ 4.หมั่นกินโปรตีนเกษตร, เต้าหู้, ถั่วและงาให้หนักไว้ โรยข้าวได้ยิ่งดี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="color: #000000;"><a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a> :กินแล้วมีความสุขจริงหรือ???</span></h1>
<p>นพ. กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่า &#8220;<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ&#8221;</a> เป็นอาหารที่กินแล้วทำให้เป็นสุข คนที่กินเจจะกลับมาเป็นหนุ่ม-สาวอีกครั้ง แต่หากกินมากไปอาจจะทำให้ร่างกายตุ้ยนุ้ยได้ ดังนั้น กินเจได้ แต่อย่ากินจุ<br />
<span id="more-1266"></span><br />
<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a>ของจีนนั้นต่างกับ<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารมังสวิรัติ</a>ของฝรั่งหรือแขก เนื่องจากอาหารเจไม่ได้ให้กินแต่ผักอย่างเดียว เพราะมีผักกลิ่นแรงถึง 5 อย่างที่กินไม่ได้แถมยังให้สามารถกินหอยนางรมได้ ส่วนถ้าเป็นมังสวิรัติของฝรั่งกับแขกนั้น จะไม่แตะต้องเนื้อสัตว์เลย แต่ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ก็อาจมีแตะต้องบ้าง ต่างกันไปตามลัทธิความเชื่อ เช่น บางลัทธิให้กินไข่ได้ หรือบางลัทธิให้กินนมได้ แต่บางลัทธิก็ไม่ให้กินผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์อย่างสิ้นเชิง</p>
<p>แต่สำหรับวิธี<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>กินเจ</strong></a>ไม่ให้แก่นั้น มีดังนี้ 1.หนักกินผัก เช่น คะน้า, บร็อคโคลี, ผักโขม, แค รอตหรือฟักทอง แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะขาดแป้งเพราะผักเหล่านี้มีแป้งชั้นดีเจืออยู่ และกินวิตามินบี 12 จากอาหารจำพวกธัญพืช 2.ไม่กินขนม เพราะธรรมชาติของคน<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">กินเจ</a>จะหิวเร็ว ถ้ากิน<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>อาหารเจ</strong></a>แท้ๆ จะทำให้เกิดอาการ &#8220;ติดแป้ง&#8221; อยากกินมื้อต่อไปไวขึ้น 3.เลี่ยงอาหารเจประเภทอมน้ำมัน แต่ถ้าเผลอกินเข้าไปมาก อาจจิบชาจีน หรือชาเขียวช่วยขัดตะกรันไขมันที่เกรอะอยู่ตามลำไส้ช่วยได้ และ 4.หมั่นกินโปรตีนเกษตร, เต้าหู้, ถั่วและงาให้หนักไว้ โรยข้าวได้ยิ่งดี ถ้าดียิ่งกว่านั้นให้กินหอยนางรม เพราะจะได้ธาตุสังกะสี และน้ำมันดีโอเมก้า 3 บำรุงภูมิคุ้มกัน</p>
<p><strong> อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าท่านจะนับถือศาสนาใด การกินให้พอเหมาะ ไม่อิ่มจนเกินไป หรือไม่อดจนคนรอบข้างวุ่นวาย ถือว่าคือการกินด้วยปัญญา</strong><strong> </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>ที่มา </strong>: หนังสือพิมพ์มติชน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รู้ไว้ใช่ว่า ก่อนเริ่มกินเจ</title>
		<link>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Oct 2009 12:08:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[รู้ไว้ใช่ว่า ก่อนเริ่มกินเจ]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรอาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูอาหารเจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/?p=1249</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;อาหารเจ&#8221; เป็นอาหารที่บริโภคในช่วงถือศีลเจ ซึ่งเป็นเทศกาลการปฏิบัติตนทั้งทางกายและใจไม่กินเนื้อสัตว์ เป็นเทศกาลในช่วงเดือน 9 ขึ้น 1-9 ค่ำของจีน ประมาณเดือนตุลาคมของทุกปี ในช่วงนี้เราจะเห็นร้านอาหารมากมาย รวมทั้งตามศูนย์การค้าจะมีการขายอาหารสำเร็จรูปเจ อาหารแห้งเจ หรือแม้แต่อาหารหลายอย่างที่เดิม ๆ ก็จัดเป็นอาหารสำหรับผู้ที่ไม่กินเนื้อสัตว์อยู่แล้ว ก็มีการติดฉลากเป็นอาหารเจไปด้วย ทั้งนี้ เพราะความนิยมการกินอาหารแบบนี้ในเทศกาลช่วง 9 วันมีมากขึ้น หลักการถือศีลเจ การถือศีลเจ เป็นช่วงเวลาของการปฏิบัติตามศีล 3 ข้อใหญ่ คือ เจที่ปาก ไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่พูดเพ้อเจ้อ ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดจายุแหย่ส่อเสียด เจที่กาย ไม่ประพฤติชั่ว ไม่ฆ่าสัตว์ เจที่ใจ ไมีคิดชั่วร้าย ไม่คิดไร้สาระ มีสมาธิ จะเห็นว่านอกจากไม่กินเนื้อสัตว์แล้ว ยังมุ่งไปที่ความมีจิตใจและการปฏิบัติอื่น ๆ ที่ดี ละเว้นความชั่ว ผักฉุนทั้งห้า อาหารเจ เป็นอาหารที่ปรุงโดยปราศจากเนื้อสัตว์รวมทั้งไม่มีส่วนประกอบอื่นใดที่นำมา จากเนื้อสัตว์ทุกประเภท ที่สำคัญอาหารเจงดเว้นการปรุงการเสพผักฉุน 5 ประเภท ได้แก่ กระเทียม รวมถึง หัวกระเทียม ต้นกระเทียม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" title="รู้ไว้ใช้ว่าก่อนเริ่มกินเจ" src="http://image.konmun.com/images/43985Jcai_.jpg" alt="" width="246" height="147" /></p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;"><strong>&#8220;อาหารเจ&#8221; เป็นอาหารที่บริโภคในช่วงถือศีลเจ ซึ่งเป็นเทศกาลการปฏิบัติตนทั้งทางกายและใจไม่กินเนื้อสัตว์ เป็นเทศกาลในช่วงเดือน 9 ขึ้น 1-9 ค่ำของจีน ประมาณเดือนตุลาคมของทุกปี</strong> ในช่วงนี้เราจะเห็นร้านอาหารมากมาย รวมทั้งตามศูนย์การค้าจะมีการขายอาหารสำเร็จรูปเจ อาหารแห้งเจ หรือแม้แต่อาหารหลายอย่างที่เดิม ๆ ก็จัดเป็นอาหารสำหรับผู้ที่ไม่กินเนื้อสัตว์อยู่แล้ว ก็มีการติดฉลากเป็นอาหารเจไปด้วย ทั้งนี้ เพราะความนิยมการกินอาหารแบบนี้ในเทศกาลช่วง 9 วันมีมากขึ้น<br />
<span id="more-1249"></span><br />
<strong> <span style="background-color: #00ffff;">หลักการถือศีลเจ</span></strong></span></p>
<p style="text-align: left;"><strong>การถือศีลเจ เป็นช่วงเวลาของการปฏิบัติตามศีล 3 ข้อใหญ่ คือ</strong></p>
<p style="text-align: left;"><strong>เจที่ปาก</strong> ไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่พูดเพ้อเจ้อ ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดจายุแหย่ส่อเสียด</p>
<p style="text-align: left;"><strong>เจที่กาย</strong> ไม่ประพฤติชั่ว ไม่ฆ่าสัตว์</p>
<p style="text-align: left;"><strong> เจที่ใจ</strong> ไมีคิดชั่วร้าย ไม่คิดไร้สาระ มีสมาธิ</p>
<p style="text-align: left;">จะเห็นว่านอกจากไม่กินเนื้อสัตว์แล้ว ยังมุ่งไปที่ความมีจิตใจและการปฏิบัติอื่น ๆ ที่ดี ละเว้นความชั่ว</p>
<p style="text-align: left;"><strong><span style="background-color: #00ffff;">ผักฉุนทั้งห้า<br />
</span></strong><br />
<strong>อาหารเจ เป็นอาหารที่ปรุงโดยปราศจากเนื้อสัตว์รวมทั้งไม่มีส่วนประกอบอื่นใดที่นำมา จากเนื้อสัตว์ทุกประเภท ที่สำคัญอาหารเจงดเว้นการปรุงการเสพผักฉุน 5 ประเภท ได้แก่<br />
</strong><br />
กระเทียม รวมถึง หัวกระเทียม ต้นกระเทียม</p>
<p style="text-align: left;">หัวหอม รวมถึง ต้นหอม ใบหอม หอมแดง หอมขาว หอมหัวใหญ่</p>
<p style="text-align: left;">หลักเกียว เป็นกระเทียมโทนจีน ลักษณะคล้ายหัวกระเทียม ในประเทศไทยไม่พบว่าปลูกแพร่หลาย</p>
<p style="text-align: left;">กุ้ยฉ่าย ใบคล้ายใบหอม แต่แบนและเล็กกว่า</p>
<p style="text-align: left;">ใบยาสูบ บุหรี่ ยาเส้น ของเสพติด มึนเมา</p>
<p style="text-align: left;">เชื่อกันว่าผักดังกล่าวนี้ เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นเหม็นคาวรุนแรง นอกจากนี้ยังมีพิษคอยทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย เป็นมูลเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ</p>
<p style="text-align: left;"><strong><span style="background-color: #00ffff;">กินอาหารเจ หรือมังสวิรัติอย่างไรให้ถูกหลัก<br />
</span></strong><br />
หลาย ๆ ท่านอาจรับประทานมังสวิรัติเป็นกิจวัตร แม้ว่าการรับประทานอาหารแบบนี้ มีผลดีมากต่อร่างกาย โดยเฉพาะป้องกันโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือด อย่างไรก็ตามควรตระหนักว่า การรับประทานไม่ถูกต้อง มีผลเสียต่อร่างกายมากกว่าครับ เรามาดูคำแนะนำของสมาคมโรคหัวใจว่า รับประทานมังสวิรัตอย่างไรจะดี</p>
<p style="text-align: left;"><strong>อาหารที่ประกอบด้วยผักจะมีเส้นใยและวิตามินมาก ช่วยในระบบการย่อย ป้องกันโรคอ้วน ในขณะที่มีไขมันน้อย โปรตีนและธาตุเหล็ก รวมถึงวิตามินบี 12 ซึ่งอยู่ในเนื้อสัตว์จะน้อย การรับประทานอาหารมังสวิรัติ ถ้าทานไม่เป็น อาจขาดสารอาหารเหล่านี้ ดังนั้น ข้อแนะนำคือ<br />
</strong><br />
รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ แหล่งโปรตีนในพืชจะมาจากถั่วลิสง ถั่วเหลือง</p>
<p style="text-align: left;">รับประทานถั่ว ธัญพืช ข่าวซ้อมมือ ที่มีวิตามินสูง</p>
<p style="text-align: left;">รับประทานผักที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ผักโขม ถั่วลิสง และถ้าจำเป็น อาจรับประทานแคปซูลธาตุเหล็กเสริม<br />
ประทานวิตามิน บี 12 เสริม</p>
<p style="text-align: left;">เลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาล หรือไขมันสูงไป</p>
<p style="text-align: left;"><strong><span style="background-color: #00ffff;">โปรตีนจากเนื้อสัตว์<br />
</span></strong><br />
เนื้อสัตว์จัดเป็นอาหารที่มีโปรตีนชนิดสมบูรณ์ ซึ่งประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายที่มนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ ได้ครบถ้วน ตามความต้องการของร่างกาย</p>
<p style="text-align: left;">โปรตีนจากเนื้อสัตว์ เป็นโปรตีนที่มีคุณค่าสูง นอกจากจะประกอบด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วนแล้ว ยังมีคุณสมบัติถูกย่อยได้ดีร่างกายจึงสามารถดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ ง่าย ขณะที่โปรตีนจากพืชและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันจะมีกรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นสูง จึงจัดเป็นโปรตีนที่มีคุณค่าต่ำ</p>
<p style="text-align: left;">การบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จะได้ปริมาณโปรตีนแตกต่างกันไปด้วย เนื้อสัตว์หมายถึงส่วนที่ได้จากสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหาร ได้แก่ กล้ามเนื้อและ อวัยวะภายในต่าง ๆ เช่น ตับ หัวใจ และส่วนอื่นที่บริโภคได้ เช่น หนัง กระดูก เป็นต้น เนื้อที่ได้จากสัตว์ที่ชนิด พันธุ์และอายุต่างกันจะมีองค์ประกอบทางเคมีที่ต่างกัน กล้ามเนื้อ ของสัตว์จะมีองค์ประกอบทางเคมี ได้แก่ น้ำประมาณร้อยละ 65-80 โปรตีนประมาณร้อยละ 16-22 ไขมันประมาณร้อยละ 5-25 เถ้าและคาร์โบไฮเดรตชนิดละประมาณร้อยละ 1</p>
<p style="text-align: left;">เนื้อสัตว์ยังเป็นแหล่งของแร่ธาตุทุกชนิดโดยเฉพาะฟอสฟอรัสและเหล็ก ส่วนใหญ่แร่ธาตุเหล่านี้จะอยู่ในส่วนที่เป็นน้ำและโปรตีนของเนื้อสัตว์ เมื่อเปรียบเทียบเนื้อแดงกับเนื้อที่มีไขมันปนอยู่ พบว่าเนื้อที่เป็นเนื้อแดง จะเป็นแหล่งแร่ธาตุที่ดีกว่าเนื้อที่มีไขมัน เมื่อถูกความร้อนเพื่อทำให้สุกนั้น แร่ธาตุส่วนใหญ่โดยเฉพาะธาตุเหล็กจะยังคงเหลือครบ</p>
<p style="text-align: left;"><strong>โปรตีนเป็นองค์ประกอบหลักที่สำคัญของเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะส่วนกล้ามเนื้อโครงร่างซึ่งมีโปรตีนเป็นองค์ประกอบประมาณร้อยละ 16–22<br />
</strong><br />
โปรตีนในเนื้อสัตว์ถูกแบ่งตามแหล่งที่มาและความสามารถในการละลายได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ไมโอไฟบริลลาร์โปรตีน (myofibrillar protein) ซาร์โคปลาสมิกโปรตีน (sarcoplasmic protein) และสโตรมาโปรตีน (stroma protein)</p>
<p style="text-align: left;"><strong>ไมโอไฟบริลลาร์โปรตีน เป็นโปรตีนที่พบมากที่สุดประมาณร้อยละ 55 ของโปรตีนทั้งหมดในเนื้อสัตว์</strong> โปรตีนชนิดนี้ทำหน้าที่ในการยืดหดตัวของกล้ามเนื้อ เนื่องจากไมโอไฟบริลลาร์อยู่ในเส้นใยย่อยจึงอาจเรียกว่า โปรตีนเส้นใยย่อย สามารถละลายได้ในสารละลายเกลือ โปรตีนที่พบมากที่สุดในกลุ่มนี้ คือ ไมโอซิน แอกทิน โทรโปนิน และโทรโปไมโอซิน เป็นต้น</p>
<p style="text-align: left;"><strong>ซาร์โคปลาสมิกโปรตีน เป็นโปรตีนที่ห่อหุ้มรอบเส้นใยย่อย</strong> ซึ่งละลายอยู่ในส่วนของซาร์โคพลาสซึมจึงเรียกว่า ซาร์โคปลาสมิกโปรตีน โดยมีประมาณร้อยละ 30 ของปริมาณโปรตีนทั้งหมด ซาร์โคปลาสมิกโปรตีนเป็นโปรตีนที่มีคุณสมบัติจะละลายได้ในน้ำและสารละลายน้ำ เกลืออ่อน ๆ โปรตีนในกลุ่มนี้ประกอบไปด้วยไมโอโกลบิน ฮีโมโกลบิน ไซโตโครม และเอนไซม์ต่าง ๆ เป็นต้น</p>
<p style="text-align: left;"><strong>สโตรมาโปรตีน เป็นโปรตีนที่มีองค์ประกอบเหมือนกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน</strong> จึงอาจเรียกอีกอย่างว่า โปรตีนจากเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน สโตรมาโปรตีนมีอยู่ประมาณร้อยละ 15 เปอร์เซ็นต์ของโปรตีนทั้งหมด โปรตีนในกลุ่มนี้ ได้แก่ คอลลาเจน อิลาสติน และเรติคิวลิน เป็นต้น โปรตีนเหล่านี้ละลายบ้างในสารละลายเข้มข้นของกรดและเบส</p>
<p style="text-align: left;"><strong><span style="background-color: #00ffff;"> วิตามินบี 12<br />
</span></strong><br />
<strong> อาหารมังสวิรัติส่วนใหญ่มีธาตุเหล็ก และวิตามินบี 12 ต่ำ อาหารที่มีวิตามินบี 12 พบมากในอาหารจากสัตว์และนม ได้แก่ ปลา ไก่ ไก่งวง เนื้อ นม ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น เนย โยเกิร์ต  วิตามินบี 12</strong> จำเป็นสำหรับการทำงานของเซลล์ในร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์ของระบบประสาท และทางเดินอาหาร พบว่าในไขกระดูกวิตามินบี 12 ทำหน้าที่ช่วยเร่งปฏิกิริยาการสังเคราะห์ DNA ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงแบ่งตัวตามปกติ ถ้าขาดวิตามินบี 12 การสังเคราะห์ DNA จะไม่เกิดขึ้น เซลล์เม็ดเลือดจะไม่มีการแบ่งตัว ทำให้เม็ดเลือดแดงมีขนาดใหญ่ และถูกส่งเข้ากระแสเลือดแทนเม็ดเลือดแดงขนาดปกติ  มีผลทำให้จำนวนเม็ดเลือดแดงมีจำนวนน้อยลง และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคโลหิตจางชนิดเพอร์นิเชียส</p>
<p style="text-align: left;">วิตามินบี 12 ต้องอาศัยกรดจากกระเพาะอาหาร สารช่วยการดูดซึมจากกระเพาะอาหาร และน้ำย่อยโปรตีนทั้งจากกระเพาะอาหาร และตับอ่อน เพื่อสกัดวิตามินชนิดนี้ออกจากโปรตีน เช่น เนื้อ ฯลฯ และดูดซึมที่ลำไส้เล็ก วิตามินบี 12 เกี่ยวข้องกับเมแทบอลิซึมของโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต ช่วยในการดูดซึมสารแคโรทีน และเปลี่ยนสารแคโรทีนเป็นวิตามินเอ ช่วยในการสังเคราะห์ เมทธิโอนีน และโคลีนซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในสารที่ช่วยป้องกันการสะสมไขมันในตับ</p>
<p style="text-align: left;">การขาดวิตามินบี 12 อาจทำให้เกิดโรคเลือดจาง เส้นประสาทเสื่อมสภาพ หรือมีอาการจากระบบประสาทหลายอย่าง เช่น ความจำเสื่อม สมาธิ หรือความสามารถในการใส่ใจการงานตกลง เกิดความรู้สึกผิดปกติ เช่น ร้อนเหมือนถูกไฟ คัน ความรับรู้สัมผัสลดลง</p>
<p style="text-align: left;">คนที่เสี่ยงต่อการขาดวิตามินบี 12 มากหน่อย ได้แก่ คนที่กินมังสวิรัติแบบไม่กินเนื้อด้วย ไม่กินนมด้วย คนที่อายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งส่วนหนึ่งกระเพาะอาหารเริ่มเสื่อมสภาพไปตามอายุ ทำให้การหลั่งกรดออกมาน้อยลง ปัจจุบันยังไม่ทราบความต้องการวิตามินบี 12 ของคน แต่ในอาหารที่บริโภคทั่วไปจะมีวิตามินบี 12 ประมาณ  2 -10 ไมโครกรัม</p>
<p style="text-align: left;"><strong> การกินวิตามินรวมวันละ 1 เม็ดพร้อมอาหาร เพื่อให้การดูดซึมดีขึ้น ช่วยป้องกันภาวะขาดวิตะมินบี 12 ได้ หรือจะกินวิตามินรวมครั้งละ 1 เม็ด วันเว้นวัน การดูดซึมวิตามินบี 12 </strong> เนื่องจากวิตามินบี 12 เป็นวิตามินที่มีโคบอลท์ประกอบอยู่ในโมเลกุล จึงทำให้โมเลกุลมีขนาดใหญ่ การดูดซึมต้องอาศัยสารอินทรินสิก แฟกเตอร์ ช่วยพาวิตามินบี12 มาที่ลำไส้เล็กตอนปลายแล้วปล่อยให้ซึมผ่านเข้าผนังลำไส้เล็กสู่กระแสโลหิต เมื่อเข้าสู่กระแสโลหิตแล้วจะรวมตัวกับโปรตีนขนส่ง (transcobalamin) เพื่อส่งวิตามินไปยังอวัยวะต่าง ๆ โดยอวัยวะที่พบมาก ได้แก่ ตับ ไต หัวใจ และสมอง ในร่างกายมีการสะสมวิตามินบี12  ที่ตับประมาณ 5,000 ไมโครกรัม ซึ่งเป็นวิตามินชนิดเดียวที่ร่างกายเก็บสะสมไว้ได้มากที่สุด</p>
<p style="text-align: left;">วิตามินบี 12 เป็นวิตามินที่ละลายน้ำง่าย ในโมเลกุลประกอบด้วยเกลือแร่ 2 ตัว คือ โคบอลท์ และฟอสฟอรัส ในธรรมชาติมีหลายรูปแต่ที่สำคัญ คือ ไซยาโนโคบาลามิน (cyanocobalamin) กับไฮดรอกซีโคบาลามิน (hydroxycobalamin) แต่เรียกชื่อรวมว่า โคบาลามิน วิตามินบี 12 สลายตัวง่ายเมื่อถูกกรด ด่าง หรือแสงสว่าง</p>
<p style="text-align: left;">ประวัติการค้นพบ ในปี ค.ศ. 1926 ไมน็อต และเมอร์ฟี่ (Minot and Murphy) รักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคโลหิตจางชนิดเพอร์นิเชียส แอนิเมีย โดยให้กินตับ ต่อมาในปี ค.ศ. 1929 คาสเซิล (Castle) พบว่าโรคโลหิตจางเกิดจากขาดสารที่จำเป็นในการสร้างเม็ดเลือดแดงซึ่งประกอบ ด้วย extrinsic factor ที่ได้จากอาหาร และ intrinsic factor ซึ่งมีในกระเพาะอาหาร ในปีค.ศ. 1948 กลุ่มของริคเคส สมิธ และพาร์เคอร์ (Rickes, Smith and Parker) แยกสารชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นผลึกสีแดงได้จากตับ  และสารนี้สามารถแก้ไขโรคโลหิตจางชนิดเพอร์นิเชียส แอนิเมีย และพบว่าเป็นตัวเดียวกับ extrinsic factor ของคาสเซิล ในปี ค.ศ. 1965 ชาลเมอร์ และชินตัน (Chalmers and Shinton) ประสบความสำเร็จในการผลิตวิตามินบี 12 จากแบคทีเรีย และในปี ค.ศ. 1973 วูดเวิร์ด (Woodword) สังเคราะห์วิตามินบี 12 ทางเคมีได้สำเร็จ</p>
<p style="text-align: left;">อาหารพวกพืช เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง ข้าว และผัก มีวิตามินบี 12 น้อยมาก อาหารที่ได้จากการหมัก เช่น ปลาหมัก ถั่วหมักจะมีวิตามินบี 12 มากขึ้น ดังนั้นกลุ่มผู้ที่บริโภคอาหารมังสวิรัติ หรือผู้ที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ แต่บริโภคน้ำปลา ซีอิ๊ว และเต้าเจี้ยว จึงไม่เป็นโรคโลหิตจาง เพราะได้รับวิตามินบี 12 จากอาหารเหล่านี้ และได้จากการสังเคราะห์ของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่</p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #000000;">ที่มา : ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความรู้เรื่องอาหารมังสวิรัติ</title>
		<link>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Oct 2009 06:00:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้อาหารเจและมังสวิรัติ]]></category>
		<category><![CDATA[กินเจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำอาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรอาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/?p=346</guid>
		<description><![CDATA[ความรู้เรื่องอาหารมังสวิรัติ คำว่า &#8220;มังสวิรัติ&#8221; นี้ มาจากคำว่า &#8220;มังสะ&#8221; แปลว่า เนื้อสัตว์ &#8220;วิรัติ&#8221; แปลว่า การงดเว้น มังสวิรัติจึงแปลว่า การงดเว้นเนื้อสัตว์ ซึ่งหมายถึง การไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า เวเจแทเรี่ยนนิซึม (Vegetarianism) มีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน คือ เวเจตัส (Vegetus) แปลว่า &#8220;สมบูรณ์ดีพร้อม สดชื่อ เบิกบาน&#8221; หรือหมายความว่า &#8220;ผู้ซึ่งละเว้นจากการนำสัตว์ทุกชนิดมาเป็นอาหาร&#8221; ทั้งนี้อาจรวมหรือไม่รวมถึงไข่และผลิตภัณฑ์จากนม มังสวิรัตินั้น มีผู้ถือปฎิบัติกันมาเป็นเวลาช้านาน และกลายเป็นแนวปฎิบัติทางศาสนาสำหรับหลายศาสนาในตะวันออกกลางมาหลายพันปีแล้ว เช่น ศาสนาเซน ศาสนาฮินดูบางนิกาย ศาสนาโซโณแอสเตอร์ ศาสนาพุทธ และศาสนาอื่นๆ ในอดีตมีบุคลสำคัญของโลกและกลุ่มศาสนาบางกลุ่มเรียกร้องและส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ เช่น กลุ่มออร์เดอร์ ออฟ เดอะ ครอส (Order of the Cross) กลุ่มเซเว่น เดย์ แอ๊ดเวนตีส กลุ่มมัซดัชดัชนันส์ และมีการจัดตั้งเป็นสมาคมมังสวิรัติขึ้นเป็นครั่งแรกในปี ค.ศ. 1874 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">
<ul>
<li><a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>ความรู้เรื่องอาหารมังสวิรัติ</strong></a></li>
</ul>
<p>คำว่า &#8220;มังสวิรัติ&#8221; นี้ มาจากคำว่า &#8220;มังสะ&#8221; แปลว่า เนื้อสัตว์ &#8220;วิรัติ&#8221; แปลว่า การงดเว้น มังสวิรัติจึงแปลว่า การงดเว้นเนื้อสัตว์ ซึ่งหมายถึง การไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า เวเจแทเรี่ยนนิซึม (Vegetarianism) มีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน คือ เวเจตัส (Vegetus) แปลว่า &#8220;สมบูรณ์ดีพร้อม สดชื่อ เบิกบาน&#8221; หรือหมายความว่า &#8220;ผู้ซึ่งละเว้นจากการนำสัตว์ทุกชนิดมาเป็น<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหาร</a>&#8221; ทั้งนี้อาจรวมหรือไม่รวมถึงไข่และผลิตภัณฑ์จากนม</p>
<p><span id="more-346"></span></p>
<p>มังสวิรัตินั้น มีผู้ถือปฎิบัติกันมาเป็นเวลาช้านาน และกลายเป็นแนวปฎิบัติทางศาสนาสำหรับหลายศาสนาในตะวันออกกลางมาหลายพันปีแล้ว เช่น ศาสนาเซน ศาสนาฮินดูบางนิกาย ศาสนาโซโณแอสเตอร์ ศาสนาพุทธ และศาสนาอื่นๆ</p>
<p>ในอดีตมีบุคลสำคัญของโลกและกลุ่มศาสนาบางกลุ่มเรียกร้องและส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ เช่น กลุ่มออร์เดอร์ ออฟ เดอะ ครอส (Order of the Cross) กลุ่มเซเว่น เดย์ แอ๊ดเวนตีส กลุ่มมัซดัชดัชนันส์ และมีการจัดตั้งเป็นสมาคมมังสวิรัติขึ้นเป็นครั่งแรกในปี ค.ศ. 1874 ที่เมืองแมนเชสเตอร์ จากสมาคม นี้เองได้กำเนิดสมาคมอื่นๆ ตามมาในภายหลังอีกมาก ซึ่งต่อมาในปี 1957 ก็มีสมาคมในเครือถึง 45 แห่งในสหราชอาณาจักร</p>
<p>สำหรับประเทศไทย ที่เห็นเด่นชัดคือประเพณีการ<strong><a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">กินเจ</a></strong>หรือกินผักของชาวจีนในราวเดือนตุลาคมรวม 10 วัน เช่น จังหวัดภูเก็ต จะมีการจัดงานฉลองเนื่องในโอกาสนี้อย่างเอิกเกริก ร้าน<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหาร</a>ต่างๆ นิยมเปลี่ยนมาขาย<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>อาหารเจ</strong></a>กันชั่วคราวเพราะได้รับการอุกหนุนไม่น้อยเลยทีเดียว กลุ่มที่มีการสนับสนุนให้กิน<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>อาหารเจ</strong></a>อย่างแข็งขันเห็นจะได้แก่กลุ่มของมูลนิธิเป้าเก็งเต็ง และกลุ่มสันติอโศก ได้รณรงค์ เผยแพร่เรื่องนี้มานาน ทั้งเอกสารสิ่งพิมพ์รวมถึงสับสนุนให้มีร้านค้าขาย<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>อาหารเจ</strong></a>โดยเฉพาะราคาถูก และมีการเลี้ยง<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>อาหารเจ</strong></a>แก่คนทั่วไป เนื่องในโอกาศวันสำคัญของชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสำนักแม่ชีวรมัย นครปฐม และ วัดเขาวงพระจันทร์ จังหวัดลพบุรี ทั้งสองสถานมีวิธี<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong><em>การทำอาหารเจ</em></strong></a>ได้อร่อยมาก นับเป็นแหล่งนัก<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>อาหารเจ</strong></a>เก่าแก่แห่งแรกของไทยด้วย</p>
<p>กล่าวโดยทั่วไปแล้ว การกิน<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหารเจ</a>แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ</p>
<ol>
<li>ประเภทที่กินแต่พืช เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว งา ข้าว ส่วนพวกที่ไม่กินพืชและผักบางชนิด เช่น กระเทียม ต้นหอม เป็นต้น ก็จัดอยู่ในประเภทแรกนี้ด้วย</li>
<li>ประเภทที่กิน พืช นม และผลิตภัณฑ์จากนม</li>
<li>ประเภทที่กินพืช นม และไข่</li>
</ol>
<p>ทั้งนี้ แล้วแต่ใครจะสมัครใจกินประเภทไหน</p>
<ul>
<li>สำหรับไข่ ถ้าเป็นไข่ลมหรือไข่ไม่ผสมก็กินได้ แต่ผู้ที่จะตัดกิเลสก็จะไม่กินเพราะมันจะบำรุงทำให้เกิดฮอร์โมนเพศสูง แต่ผู้อยู่ทางโลกก็ไม่มีปัญหา</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับอาหารเจ</title>
		<link>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2009 14:23:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เคล็ดลับอาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรอาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/?p=30</guid>
		<description><![CDATA[-ถ้าไม่ทานกระเทียมให้เปลี่ยนเป็นงาขาวคั่วแทน -เมนูที่มีเห็ดควรดัดแปลงเพิ่มจากเห็ดชนิดเดียวให้มี 3 ชนิดขึ้นไป จะเป็นเห็ดสดหรือเห็ดแห้งก็ได้ เพื่อเป็นการล้างพิษในร่างกาย โปรตีนในเห็ด 3 อย่าง เมื่อนำมาทำอาหารร่วมกันแล้ว  จะทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้งานได้ง่ายที่สุด ง่ายกว่าเนื้อสัตว์ -กระปิเจ ถ้าหากไม่ได้ ใช้ เต้าเจี้ยวหรือเต้าหู้ยี้แทน เกล็ดเล็กน้อยในการกินเจ -ชามมะละกอ นำมะละกอดิบมาปลอกเปลือก หั่นชิ้นพอคำ ต้มน้ำครึ่งหม้อให้เดือดใส่ใบชาเขียว กรองเอาน้ำมาดื่มทั้งวัน สารของมะละกอจะเกิดการถักทอกับสารของใบชาทำให้ช่วยย่อยไขมันและล้างไขมันออกจากลำไส้ -สับปะรดปั่นกับใบโหระพา จะช่วยเพิ่มเม็ดเลือดได้ดี ในคนที่ทานเจ ใช้สูตรนี้เป็นการสร้างโปรตีนให้ร่างกายด้วยวิธีง่ายๆ -กระเจี้ยบแดงต้มกับพุทรา เติมน้ำตาลกรวดเล็กน้อย ดื่มประจำช่วยล้างไขมันในเลือด เส้นโลหิตในสมองตีบ ลดโคเรสเตอรอล -ขมิ้นชัน มีวิตามีน เอ ซี อี ที่เข้าสู่ร่างกายแล้วทำงานพร้อมกัน ช่วยลดไขมันในตับ  สมานแผลในกระเพาะ ทำความสะอาดให้ลำไส้ ต้านอนุมูลอิสระป้องกันการเกิดมะเร็งตับ ช่วยย่อยอาหาร สร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิวหนัง -กระชายขาว นำไปปั่นกรองน้ำผสมน้ำผึ้ง น้ำมะนาว ช่วยบำรุงกระดูก (แคลเซียมสูง) บำรุงสมอง ทำให้ไตทำงานดีขึ้น ป้องกันไทรอยด์เป็นพิษ แก้ปัญหาผมงอก ผมร่วง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>-ถ้าไม่ทานกระเทียมให้เปลี่ยนเป็นงาขาวคั่วแทน<br />
-เมนูที่มีเห็ดควรดัดแปลงเพิ่มจากเห็ดชนิดเดียวให้มี 3 ชนิดขึ้นไป จะเป็นเห็ดสดหรือเห็ดแห้งก็ได้ เพื่อเป็นการล้างพิษในร่างกาย โปรตีนในเห็ด 3 อย่าง เมื่อนำมาทำอาหารร่วมกันแล้ว  จะทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้งานได้ง่ายที่สุด ง่ายกว่าเนื้อสัตว์<br />
-กระปิ<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">เจ</a> ถ้าหากไม่ได้ ใช้ เต้าเจี้ยวหรือเต้าหู้ยี้แทน<br />
<strong>เกล็ดเล็กน้อยในการ<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">กินเจ</a></strong><br />
-ชามมะละกอ นำมะละกอดิบมาปลอกเปลือก หั่นชิ้นพอคำ ต้มน้ำครึ่งหม้อให้เดือดใส่ใบชาเขียว กรองเอาน้ำมาดื่มทั้งวัน สารของมะละกอจะเกิดการถักทอกับสารของใบชาทำให้ช่วยย่อยไขมันและล้างไขมันออกจากลำไส้<br />
-สับปะรดปั่นกับใบโหระพา จะช่วยเพิ่มเม็ดเลือดได้ดี ในคนที่ทาน<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">เจ</a> ใช้สูตรนี้เป็นการสร้างโปรตีนให้ร่างกายด้วยวิธีง่ายๆ<br />
-กระเจี้ยบแดงต้มกับพุทรา เติมน้ำตาลกรวดเล็กน้อย ดื่มประจำช่วยล้างไขมันในเลือด เส้นโลหิตในสมองตีบ ลดโคเรสเตอรอล<br />
-ขมิ้นชัน มีวิตามีน เอ ซี อี ที่เข้าสู่ร่างกายแล้วทำงานพร้อมกัน ช่วยลดไขมันในตับ  สมานแผลในกระเพาะ ทำความสะอาดให้ลำไส้ ต้านอนุมูลอิสระป้องกันการเกิดมะเร็งตับ ช่วยย่อย<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">อาหาร</a> สร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิวหนัง<br />
-กระชายขาว นำไปปั่นกรองน้ำผสมน้ำผึ้ง น้ำมะนาว ช่วยบำรุงกระดูก (แคลเซียมสูง) บำรุงสมอง ทำให้ไตทำงานดีขึ้น ป้องกันไทรอยด์เป็นพิษ แก้ปัญหาผมงอก ผมร่วง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โภชนาการสำหรับผู้รับประทานอาหารเจ</title>
		<link>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2009 14:13:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[โภชนาการอาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรอาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับอาหารเจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/?p=27</guid>
		<description><![CDATA[&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;อาหารเจ ปรุงด้วยวัตถุดิบ และเครื่องปรุงต่างๆ จาก พืช ผัก ธัญญาหารโดยไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ แต่ก็สามารถให้คุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลายตามความต้องการพื้นฐานของร่างกายมนุษย์ได้เป็นอย่างดี ทั้งโปรตีน, คาร์โบไฮเครต, ไขมัน, วิตามัน, เกลือแร่ และใยอาหาร (Fibre) อย่างครบถ้วนเหมือนดังผู้รับประทานอาหารที่เป็นประเภทผักและธัญพืช มากกว่าผู้ที่รับประทานอาหารปกติโดยทั่วไป อาหารพิเศษอย่างเช่นอาหารเจจึงน่าจะมีความหลากหลายและครบถ้วนในด้านโภชนาการเป็นอย่างดีกว่าอย่างแน่นอน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 210px"><img title="อาหารเจ" src="http://news.212cafe.com/images_cache/dailynews-122308502401290.jpg" alt="อาหารเจ" width="200" height="200" /><p class="wp-caption-text">อาหารเจ</p></div>
<p style="text-align: center;">
<p><a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อาหารเจ</strong></a> ปรุงด้วยวัตถุดิบ และเครื่องปรุงต่างๆ จาก พืช ผัก ธัญญาหารโดยไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ แต่ก็สามารถให้คุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลายตามความต้องการพื้นฐานของร่างกายมนุษย์ได้เป็นอย่างดี ทั้งโปรตีน, คาร์โบไฮเครต, ไขมัน, วิตามัน, เกลือแร่ และใยอาหาร (Fibre) อย่างครบถ้วนเหมือนดังผู้รับประทานอาหารที่เป็นประเภทผักและธัญพืช มากกว่าผู้ที่รับประทานอาหารปกติโดยทั่วไป อาหารพิเศษอย่างเช่นอาหารเจจึงน่าจะมีความหลากหลายและครบถ้วนในด้านโภชนาการเป็นอย่างดีกว่าอย่างแน่นอน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความหมายของคำว่า &#8220;เจ&#8221;</title>
		<link>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2009 14:01:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความหมายของคำว่า "เจ"]]></category>
		<category><![CDATA[ทำอาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำอาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/?p=20</guid>
		<description><![CDATA[       คำว่า เจ ในภาษาจีนมีความหมายทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานว่า อุโบสถ คำว่า กินเจ ตามความหมายที่แท้จริงคือการรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน ดังเช่นที่ชาวพุทธในประเทศไทยถือ อุโบสถศิล หรือ รักษาศีล 8 จะไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว        แต่เนื่องจากถืออุโบสถศีล ของชาวพุทธฝ่ายมหายานไม่รับประทานเนื้อสัตว์ จึงนิยมเรียก การไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ไปรวมกับคำว่า เจ ซึ้งเป็นการถือศีลไปด้วย ในปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่รับประทานเนื้อสัตวืก็ยังคงเรียกว่า กินเจ ฉะนั้นความยหมายก็คือ คนกินเจ มิใช้แต่เพียงไม่กินเนื้อสัตว์แต่คนที่กินเจต้องดำรงตนอยู่ในศิลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์สะอาด ถึงพร้อมทั้งกายย วาจา ใจ เป็นการถือศิลบำเพ็ญธรรมไปด้วยกัน เช่นนี้แล้วจึงเรียกว่า กินเจที่แท้จริง อาหารเจ เป็นอาหารที่ปรุงขึ้นมาจากพืชผัก ธรรมชาติล้วนๆ ไม่มีเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เป็นส่วนประกอบเลย และที่สำคัญต้องไม่ปรุงด้วยผักฉุนทั้ง 5 ได้แก่ กระเทรยม หัวหอม หลักเกียว กุ้ยช่าย ใบยาสูบ ด้วยความที่ถือกันว่า ผักดังกล่าวเหล่านี้ เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นเหม็นคาวรุนแรง นองจากนี้ยังมีพิษที่ทำลายหลังธาตูทั่ง 5 ทำงานไม่ปกติ ดังนี้คือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 260px"><img class=" " title="กินเจ" src="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/img/menu.jpg" alt="อาหารเจ" width="250" height="246" /><p class="wp-caption-text">กินเจ</p></div>
<p>       คำว่า <span style="color: #ff0000;"><a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>เจ</strong></a> </span>ในภาษาจีนมีความหมายทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานว่า อุโบสถ คำว่า <span style="color: #ff0000;"><a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>กินเจ</strong></a></span> ตามความหมายที่แท้จริงคือการรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน ดังเช่นที่ชาวพุทธในประเทศไทยถือ อุโบสถศิล หรือ รักษาศีล 8 จะไม่รับประทาน<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>อาหาร</strong></a>หลังจากเที่ยงวันไปแล้ว<br />
       แต่เนื่องจากถืออุโบสถศีล ของชาวพุทธฝ่ายมหายานไม่รับประทานเนื้อสัตว์ จึงนิยมเรียก การไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ไปรวมกับคำว่า <a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">เจ</a> ซึ้งเป็นการถือศีลไปด้วย ในปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่รับประทานเนื้อสัตวืก็ยังคงเรียกว่า <a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>กินเจ</strong></a> ฉะนั้นความยหมายก็คือ คนกิน<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>เจ</strong></a> มิใช้แต่เพียงไม่กินเนื้อสัตว์แต่คนที่<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>กินเจ</strong></a>ต้องดำรงตนอยู่ในศิลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์สะอาด ถึงพร้อมทั้งกายย วาจา ใจ เป็นการถือศิลบำเพ็ญธรรมไปด้วยกัน เช่นนี้แล้วจึงเรียกว่า กินเจที่แท้จริง<br />
<em><a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com"><strong>อาหารเจ</strong></a> </em>เป็นอาหารที่ปรุงขึ้นมาจากพืชผัก ธรรมชาติล้วนๆ ไม่มีเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เป็นส่วนประกอบเลย และที่สำคัญต้องไม่ปรุงด้วยผักฉุนทั้ง 5 ได้แก่ กระเทรยม หัวหอม หลักเกียว กุ้ยช่าย ใบยาสูบ<br />
ด้วยความที่ถือกันว่า ผักดังกล่าวเหล่านี้ เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นเหม็นคาวรุนแรง นองจากนี้ยังมีพิษที่ทำลายหลัง<span id="more-20"></span>ธาตูทั่ง 5 ทำงานไม่ปกติ ดังนี้คือ<br />
กระเทียม รวมไปถึง หัวกระเทียม ต้นกระเทียมทั้งขนาดเล็กและใหญ่ หากรับประทานเข้าไปซึ้งเชื่อว่าจะทำให้ระบบการทำงานของหัวใจไม่ปกติ<br />
หัวหอม รวมไปถึงพืชตะกูลหัวทุกชนิด คือ หอมแดง หอมหัวใหญ่ หัวหอมขาว ต้นหอม เชื่อกันว่าทำลายการทำงานของไต<br />
หลักเกียว ไม่ค่อยมีปลูกแพร่หลายในเทืองไทย อาจพบได้บ้างตามท้องถิ่นของชาวจีนที่อพยพมาอยู่ทางตอนเหนือของประเทศไทย มีลักษณะคล้ายกระเทียมแต่ไม่เป็นกลีบ อันเป็นลักษณะของกระเทียมโทนแต่ยาวและมีขนาดเล็กกว่า ซึ่งเชื่อว่าห่กรับประทานเข้าไปจะทำลายม้าม<br />
กุยช่าย ลักษณะคล้ายใบหอม แต่แบนเรียบ มีกลิ่นฉุนแรง มีรสเผ็ดซ่าเล็กน้อย (ชนิดเดียวกับที่นิยมรับประทานกับผัดไทย) กุยช่าย หากรับประทานจะรบกวนการทำงาของตับ<br />
ใบยาสูบ ก็คือใบยาสูบที่มาทำเป็นบุรี่นั้นเอง ผู้กินเจควรงดเว้นในการบริโภคในทุกรูปแบบเพราะทำลายปวด</p>
<p>ที่มา EasytoBeVegetarin:<a href="http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com">www.เมนูอร่อย.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--q3cped3cb5f8b6d.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

