การกินอาหารเจ

การกินอาหารเจ

JFood
ถือศิลกินเจ

ถือศิลกินเจ

อาหารเจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่งดรับประทานเนื้อสัตว์ ผู้คนบางวัฒนธรรมและบางท้องถิ่นที่มีเหตุผลต่างๆนาๆ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทางศาสนา ลัทธิความเชื่อหรือแม้งกระทั้งงดรับประทานเนื้อสัตว์เพื่อสุขภาพ ซึ้งเป็นกระแสการบริโภคที่กำลังมาแรง ทั้งในรูปแบบของอาหารมังสวิรัติ แมโครไบโอติกส์ หรือชีวจิต

เราสามารถแบ่งกลุ่มของผู้ที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ออกเป็น 3 กลุ่มได้ดังนี้

กลุ่มที่1 (Vegan) เป็นกลุ่มที่รับประทาน ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และธัญพืช แต่ไม่รับประทาน ไข่ นม เนย ชีส และผลิตภัณฑ์จากนมและสัตว์ทุกชนิด

กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่รับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช นมและผลิตภัณฑ์จากนมแต่ไม่รับประทานไข่

กลุ่มที่ 3 (Lacto & Ovo) กลุ่มที่รับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช นม ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนมและไข่

ทั้งสามกลุ่มนี้งดรับประทานเนื้อสัตว์โดยสิ้นเชิง นอกจากสามกลุ่มนี้แล้วก็ยังแบ่งย่อยออกไปอีกหลายประเภท เช่น กลุ่ม ที่รับประทานเฉพาะพืชผลไม้สดๆที่ไม่ผ่านความร้อน (Raw food) หรือบางกลุ่มก็เป็นพวกที่รับประทานเฉพาะผลไม้สดและแห้งและธัญพืชต่างๆ (Fruitarian) และยังมีกลุ่มที่รับประทานเนื้อสัตว์จำพวกอาหารทะเลบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็เรียกตัวเองว่า Seafood Vegetarian

ปัจจุบันมีผู้หันมารับประทานอาหารมังสวิรัติและอาหารเจมากขึ้นชาวตะวันตกเองก็มีผู้รับประทานอาหารประเภทนี้เพิ่มมาก เนื่องจากชาวตะวันตกหันมาให้ความสนใจเรื่องอาหาร สุขภาพ และเรื่องปรัชญาต่างๆ บ้างก็เรียกกลุ่มของตัวเองว่า นักธรรมชาตินิมยม (Naturalism)


อาหารเจและอาหารมังสวิรัติมีความแตกต่างกันคือ อาหารมังสวิรัติไม่รับประทานเนื้อสัตว์ กินผักทุกชนิด และอย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า บางคนก็รับประทานไข่และดื่มนม เราก็ยังเรียกว่ามังสวิรัติ แต่อาหารเจนั้นต้องงดเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์โดยเด็ดขาด ไม่ดื่มนมและไม่กินไข่

เทศกาลกินเจที่นิมยมแพร่หลายทุกวันนี้จะมีขึ้นในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฎิทินทางจันทรคติ (วันจีน) เป็นเวลา 9 วัน ผู้ที่กินเจก็จะเริ่มรับประทานอาหารเจเท่านั้นสำหรับผู้ที่ต้องเคร่งครัดก็ต้องสวมชุดขาวไปโรงเจหรือไปวัดเพื่อไหว้พระ บริจาคทาน สวดมนต์ ถือศีลปฎิบัติธรรม

อาหารเจจึงแตกต่างจากอาหารมังสวิรัติตรงที่เป็นอาหารบริสุทธ์ โดยที่ผู้กินเจต้องถือศีลปฎิบัติธรรมเพื่อชำระจิตใจให้บริสุทธ์อย่างแท้จริง ดังคำว่า “ถือศีลกินเจ” และที่สำคัญ อาหารเจยังต้องดเครื่องปรุงดังต่อไปนี้

  1. กระเทียม รวมทั้งหัวกระเทียมและต้นกระเทียม รวมทั้งเครื่องปรุงทุกชนิดที่มีส่วนประกอบของกระเทียม
  2. หัวหอม รวมถึงต้นหอม ใบหอม หอมเล็ก หอมหัวใหญ่
  3. หลักเกียว คือ กระเทียมโทนจีน มีปลูกทางภาคเหนือตอนบน ชาวจีนฮ่อบริโภคอยู่บ้าง
  4. กุยช่าย
  5. ใบยาสูบ รวมทั้งบุรี ยาเส้น

ผักดังกล่าวเป็นผักที่มีกลิ่นแรง และผู้ที่ปฏิบัติธรรมไม่ควรรับประทาน เพราะผักเหล่านี้มีฤทธ์ไปกระตุ้นให้จิตใจงุดงิดง่าย

เมื่อถึงเทศกาลกินเจจะเห็นว่ามีอาหารเจขายทั่วกรุง แสดงให้เห็นว่ามีผู้นิยมกินอาหารเจเป็นจำนวนมาก อาหารเจจึงไม่ใช้อาหารสำหรับคนโบราณคร่ำครึอีกต่อไปหากมีโอกาสเดินดูอาหารที่ขายหรือไปรับประทานอาหารตามร้านมังสวิรัติจะพบว่ามีเมนูอาหารเจแปลใหม่ อร่อย น่ารับประทานเกิดขึ้นมากมาย นั้นเป็นเพราะ อาหารเจอยู่ในแนวทางเดียวกับอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ้งเป็ยกระแสบริโภคเพื่อสุขภาพที่ดี กล่าวคือ ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ไขมัน งดเนย ชีส เน้นการรับประทานพืชผัก ผลไม้ ธัญพืช และอาหารธรรมชาติ ปัจจุบันอาหารเจได้เปลี่ยมโฉมไปมาก กลายเป็นอาหารทันสมัย อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน โดยไม่ต้องมีเนื้อสัตว์มาเป็นส่วนประกอบเลย

การลดเลิกหรือเลือกรับประทานเนื้อสัตว์เป็นทางเลือกใหม่ที่ดีทางหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เพราะคนเราสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขแข็งแรง ได้รับสารอาหารครบถ้วนโดยไม่ต้องรับประทานเนื้อสัตว์

มีผู้คนมากมายค้นพบว่าการกินเจทำให้พบสิ่งดีๆมากมายในชีวิต สุขภาพดีขึ้น จิตใจก็ผ่องใส ส่งผลให้มีกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตดีขึ้นตามไปด้วย

ถ้ามีความคิดว่าอยากจะกินอาหารเจดูบ้าง ก็ควรสนใจและเข้าใจเรื่องโภชนาการเพื่อจะได้รับประทานอาหารเจอย่างถูกต้อง ได้รับสารอาหารครบถ้วน และมีสุขภาพแข็งแรง หากมีผู้สนใจซักถามเราเรื่องอาหารเจ จะได้อธิบายให้เพื่อนหรือผู้สนใจฟังได้อย่างน่าเชื่อถือว่า ผู้ที่งดรับประทานเนื้อสัตว์สามารถมีสุขภาพดีและได้รับทางคุณค่าโภชนาการที่พอเพียงเช่นกัน

เพื่อนๆสามารถชม ร้านอาหารเจพัทยาได้ที่นี่ครับ

www.เมนูอร่อย.com

About author