ข้อสันนิษฐานการกินเจ

ข้อสันนิษฐานการกินเจ

JFood

ตำนานการกินเจข้อสันนิษฐานการกินเจ ในตำนานของจีน

เทศกาลกินเจเป็นความเชื่อของชาวจีน ที่ถือ วันที่ 1 เดือน 9 ของทุกปี งดป็นการเริ่มต้นของการไม่กินเนื้อสัตว์ภายในช่วงเวลา 9-10 วัน ซึ่งในระหว่างนี้ก็ควรจะถือศีล ทำบุญทำทาน เพื่อเป็นการชำระทั้งร่างกายและจิตใจให้บริสุทธ์
คำว่า “เจ” หรือ “แจ” ในภาษาจีนมีความหมายทางพุทธศาสนาฝ่ายมหานิยานว่า “อุโบสถ” ส่วน “กินเจ” หมายถึง การรับประทานอาหารก่อนเที่ยง ถ้ารับประทานอาหารหลังเที่ยงจะเรียกกินเจไม่ได้เนื้อจากถืออุโบสถของชาวจีน ซึ่งไม่กินเนื้อสัตว์ จึงเพี้ยนไปว่าการไม่กินเนื้อสัตว์เป็นการกินเจทั้งที่การไม่กินเนื้อสัตว์เป็นการ “กินสู่”
เรื่องการกินเจนี้คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นพิธีที่เกี่ยวข้องด้วยพุทธศาสนา แต่ความเป็นจริงการบูชาเป๊ง “กษัตริย์เป๊ง” เป็นกษัตริย์องสุดท้ายของรางวงศ์ข้อง ซึ้งสิ้นพระชนม์โดยทรงทำอัตวินิบาตกรรมในขณะเสด็จไต้หวันโดยทางเรือ เมื่อมีพระชนมายุ 9 พรรษา พิธีบูชาเพื่อระลึกถึงราชวงศ์ซ้องนี้ มีแต่ในเฉพาะในมณฑณฮกเกี้ยนเท่านั้น ซึ่งเป็นดินแดนชิ้นสุดท้ายของราชวงศ์ซ้องโดยชาวฮกเกี้ยนได้จัดทำพิธีดังกล่าวนี้ขึ้นด้วยอาศัยศาสนาบังหน้าการเมือง ด้วยเหตุผลเกรงกลัวรางวงศ์หงวน ประเพณีกินเจมีการเผยแพร่สู่เมืองไทยโดยชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพจากฮกเกี้ยน นำมาเผยแพร่อีกทอดหนึ่ง การทำพิธีดังกล่าวใช้สีเหลืองทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งถือเป็นสีของพระเจ้าแผ่นดินฉะนั้นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องจากการกินเจจึงมักใช้สีเหลือง แม้กระทั้งธงที่ปักตามร้านขายอาหารเจ เป็นต้น

 

 

เก้าอ๊วงได้มีตำนานกล่าวถึงการกินอาหารเจไว้ว่า ในสมัยพระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์ “ยินฮ่วงสี” แปลว่า เจ้าใหญ่แห่งมนุษย์ ซึ่งชาวจีนถือว่าเป็นผู้วิเศษและนับถือมากมีอยู่ด้วยกัน 9 องค์พี่น้อง ได้เห็นพรสวรรค์และเป็นดาวจระเข้เรียงกัน
9 ดวง ผู้คนเลยเรียกว่า “เก้าฮ้วงฮุคโจ้ว” แปลว่า พระเจ้า 9 พระองค์ เก้าฮ้วงฮุคโจ้ว เป็นผู้ถือบัญชีคนในมนุษย์โลก สามารถต่ออายุขัยให้ยืนยาวต่อไปตามความต้องการ จีนถือระหว่างวันขึ้น 1-9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทีนจีน เป็นวันที่เก้าฮ้วงฮุคโจ้ว จะลงมาตรวจสอบมนุษย์โลกเพื่อจดทะเบียนแล้วบันดาลให้เป็นไปตามกรรมดี กรรมชั่ว ของแต่ละคน เมื่อรู้ดังนั้นในวันดังกล่าว พวกเขาจึงพากันยกเว้นอาหารสด คาว เสียชั่วคราว เพื่อแสดง ว่าได้ประกอบกรรมดีให้พระเจ้าเห็น
ผู้ที่กินอาหารเจต้องประพฤติตัวอยู่ในศีลธรรมด้วยการละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ไม่ทะเลาะวิวาท รักษาศีล บริสุทธิ์ แต่งกายด้วยเครื่องขาว และสยายผมพร้อมกับอดอาหารสด คาว ที่ชาวจีนเรียกว่า “ชอ” กินเจที่เคร่งครัดจะไม่อยมให้ภาชนะสำหรับใส่อาหารปะปนกับอาหาร ชอ อย่างเด็ดขาด แม้จะล้างจนหมดเกลี้ยงเพียงใดก็ใช้ร่วมกันไม่ได้ บางคนไม่กินผักที่มีกลิ่นแรง เช่น หอม กระเทียม อีกด้วย เพราะ ถือตามที่เล่ากันมาว่า ในสมัยราชวงศ์ไต้เหลียง มีพระเจ้าแผ่นดินทรงพระนามว่า นตี้ ทรงนิยมพระสมภารรูปหนึ่งมาก ทรงให้มเหสีทำอาหารถวายทุกเวลา มเหสีเห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดปรานมาก และทำให้นางต้องลำบาก จึงไม่พอพระทัย ดังนั้นวันหนึ่งพระนางจึงแกล้งสมภารองค์นั้นเพื่อพระนางเอจะหมดภาระ การจัดทำจึงทรงนำซาลาเปายัดไส้หมูและเนื้อทราย ฝ่ายสมภารรู้ถึงการกลั่นแกล้งจึงสั่งห้ามพระผู้เป็นศิษย์ฉันแล้วเอาใส่ย่ามไปทิ้งที่หน้าประตูวัด เพียงเวลาไม่นานประตูวัดก็เต็มไปด้วยต้นหอม ต้นกระทียม และผักชี นั่นคือเหตุที่มาของเหตุที่ชาวจีนๆไม่กินผักที่มีกลิ่นแรง ถือว่าผักต่างๆ เหล่านั้นเกิดจาก “ซอ” จึงได้มีกลิ่นแรงเช่นนั้น

ผู้ที่กินอาหารเจจะกินอยู่ในบ้านของตนเอง โดยจะไปไหว้พระและสวดมนต์ที่ โรงพิธีโรงเจ เรียกว่า “เจตั้ง” ทางโรงพิธีเมื่อถึงการกินเจกรรมการจะจัดโต๊ะวางกระถางธูป ตกแต่งสถานที่ดอกไม้ ตั้งเครื่องเส้นเป็น อาหารเจ พร้อมกับผลไม้จุดโคม 9 ดวง ซึ่งสมมุติเป็น เก้าฮ้วงฮุดโจ้ว แขวนไว้เป็นแถว
การทำพิธีเริ่มขึ้น 1 ค่ำ วันนี้ถือเป็นวันเชิญพระเจ้า มีการนำโต๊ะและกระถางธูปไปไว้ที่กลางแจ้งแห่งใดแห่งหนึ่ง นัดผู้คนไปพร้อมกัน ณ ที่นั้น แล้วจุดธูป จุดเทียน กราบไหว้อัญเชิญเจ้าให้เสด็จลงมาและการที่ทราบว่าพระเจ้าได้เสด็จลงมาหรือยังใช้วิธีทอดไม้เสี่ยงทายดู การทอดไม้ต้องทอด 3 ครั่ง โดยให้หงาย 1 อัน ค่ำ 1 อัน และคว่ำคู่อีก 1 อัน จึงใช้ได้ เมื่อเสด็จจากการเชิญพระเจ้าแล้วก็แห่กลับโรงพิธี
คืนวันขึ้น 4 ค่ำ มีการลอยกระทง ในกระทงมีหมาก พลู บุหรี่ และสตางค์ กับอาหารเจ ผลไม้ การลอยกระทงนี้ถือว่าเป็นการทำบุญให้ผีทั่วไป
วันขึ้น 5 ค่ำ เวลาเช้าจะมีการตั้งผมบาล ซึ่งทำด้วยกระดาษไว้เพื่อเป็นพยาน ตอนบ่ายมีการตั้งกระจาดเสร็จแล้วเผาธูปยมบาล
วันขึ้น 7 ค่ำ  มีการเลือกตั้งกรรมการสำหรับปีต่อไป ซึ่งเลือกจากผู้กินอาหารเจ ซึ่งมีหลักฐานมั่นคงการเลือกตั่งกรรมการใช้วิธีจดชื่อไว้เสี่ยงทายถามเจ้า ด้วยการทอดไม้เช่นเดียวกับวิธีอัญเชิญเทพเจ้าจนครบจำนวนกรรมการ
วันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 หรือ 10 ค่ำ ตอนเช้า เป็นวันสุดท้าย เป็นวันทำพิธี ส่งเจ้ากลับ ซึ่งไม่มีพิธีอะไรมากนำต้นโคมทั้ง 9 ดวง ที่จุดไว้แห่กระถางธูปไปลอยน้ำก็เป็นอันเสร็จพิธีกินเจ
กาถือศีลกินอาหารเจระทำติดต่อกัน 9-10 วัน อาจจะเป็นความเชื่อว่า ผลการบำเพ็ญบุญในช่วงเวลาดังกล่าว จะส่งผลให้ตัวเงและครอบครัวประสบความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้น ทั้งเป็นการช่วยต่ออายุให้ยืนยาวอีกต่อไปด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็คงคิดเช่นนั้น แต่ติดอีกที่การกินอาหารเจมีจุดหมายเพื่อไม่ให้ผู้ต้องการกินเจเกิดความยุ่งอยากนั้นต่างหาก โดยมีการกินง่ายๆ เรียบๆ และไม่เบียดบังชีวิตสัตว์เป็นสำคัญ

About author